คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จะเป็นความผิดตามมาตรา 104 แห่งกฎหมายอาญา ต้องเป็นการกระทำการให้ปรากฏแก่คนทั้งหลาย การกล่าวอ้างถึงลัทธิคอมมิวนิสม์ตามหลักการของเลนินในจดหมายเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะถือว่าเป็นการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสม์ตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีจดหมายถึงบุคคลผู้หนึ่งขู่ให้เข้าเป็นสมาชิกสมาคมที่จำเลยตั้งขึ้นอันมีหลกการว่าชักชวนให้ประชาชนหรือรัฐทำการล้มล้างระบอบการปกครองแห่งสยามปัจจุบัน ดังนี้จำเลยยังไม่มีผิดตาม ม.104 แห่งกฎหมายอาญา เพราะจำเลยมิได้กระทำการให้ปรากฎแก่คนทั้งหลาย,
ลัทธิคอมมิวนิสม์ตามหลักการของเลนินเป็นประการใดนั้นเป็นข้อที่โจทก์จะต้องนำสืบ เพียงแต่จำเลยเขียนจดหมายกล่าวว่าสมาคมนี้ทำการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสม์ตามหลักการของเลนินเท่านั้น ยังไม่พอที่ถือว่าลัทธิที่จำเลยกล่าวถึงเป็นลัทธิคอมมิวนิสม์ตามวิเคราะห์ศัพท์แห่งพ.ร.บ. ข้างต้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่าสนับสนุนส่งเสริมลัทธิคอมมูนิสม์ด้วยลายลักษณอักษรโดยเจตนาจะเปลี่ยนแปลงประเพณีการปกครอง จำเลยได้มีจดหมายถึง อ. บังคับให้เข้าเป็นสมาชิกและปฏิบัติการตามหลักการคอมมิวนิสม์ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.คอมมิวนิสม์และกฎหมายอาญา ม.๑๐๔
ศาลฎีกาตัดสินว่าตามเอกสารต่าง ๆ คงรวมความได้ว่าจำเลยจดหมายขู่ อ.เกี่ยวกับนามสมาคมอันหนึ่งซึ่งตั้งขึ้นว่าสมาคมหนุ่มสยาม สมาคมนี้ทำการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสม์ตามหลักการของเลนิน แต่หลักการของเลนินนั้นจะมีอย่างไรโจทก์หาได้พิสูจน์ในสำนวนไม่ ตามกฎหมายไทยได้มีวิเคราะห์ศัพท์คอมมิวนิสม์ไว้แล้ว เมื่อจำเลยกล่าวถึงหลักการของเลนินลอย ๆ และโจทก์มิได้นำสืบว่าหลักการของเลนินมีประการใด-แล้ว จะวินิจฉัยว่าลัทธิที่จำเลยกล่าวถึงเป็นลัทธิคอมมิวนิสม์ตามกฎหมายไทยไม่ได้ ส่วนในจดหมายฉะบับที่จำเลยอธิบายหลักการของสมาคมหนุ่มสยามว่าชักชวนให้ประชาชนหรือรัฐทำการล้มล้างระบอบการปกครองแห่งสยามปัจจุบันนี้ จะสันนิษฐานว่าจำเลยมุ่งหมายจะล้มล้างระเบียบการสมาคมที่มีอยู่โดยใช้กำลังบังคับเพื่อโอนที่ดินทรัพย์และกิจการค้าใหญ่ทั้งหมดจากการที่เอกชนเป็นเจ้าของมาให้รัฐหรือชุมนุมชนแทนนั้นหาได้ไม่คำว่าใช้กำลังบังคับในที่นี้ไม่หมายถึงขู่ให้ใครเข้ามาเป็นสมาชิกหรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสมาคมของจำเลย แต่หมายความว่าใช้กำลังบังคับเพื่อให้ที่ดิน ฯลฯของเอกชนมาเป็นของรัฐ และจะลงโทษจำเลยตาม ม.๑๐๔ ที่แก้ไขใหม่ก็มิได้ เพราะจำเลยมิได้ทำให้ปรากฎแก่คนทั้งหลายและยังไม่เข้าถึงขีดพยายามตาม ม.๑๐๔ ด้วย ส่วนที่ขอให้ลงโทษตาม ม.๒๖๘ นั้น ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยโจทก์ก็มิได้คัดค้าน ผู้เสียหายก็ไม่ได้ร้องทุกข์จึงไม่มีทางลงโทษจำเลยได้ ศาลอุทธรณ์ปล่อยจำเลยชอบแล้ว ยืนตาม.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2482
อัยยการเชียงใหม่ โจทก์
นายวรมิตร์ จาตุประยูร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการเชียงใหม่ · จำเลย - นายวรมิตร์ จาตุประยูร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · พลางกูร · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายวิจิตรภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาเลขวณิชย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา