⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 193/2483

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2483

ย่อคำพิพากษา

เสมียนแผนกสรรพากรอำเภอรับมอบหน้าที่ราชการเป็นประจำใหรับรักษาเงินค่าภาษีอากรจากผู้นำมาชำระเพื่อนำส่งสมุหบัญชีค่อไปนั้น ชื่อว่าเป็นเจ้าพนักงานกระทำการโดยมีหน้าที่รับเงินนั้น ๆ ตามมาตรา 131 คดีที่ฟ้องขอให้ลงโทษฐานยักยอก แม้ทางพิจารณาปรากฏว่าจำเลยยักยอกไปน้อยกว่าจำนวนในฟ้องก็ลงโทษได้ จำเลยยักยอกเงินค่าภาษีอากรซึ่งในหน้าที่ราชการของจำเลยรับไว้จากผู้นำมาชำระ แม้จำเลยจะหาเงินนั้นมาใช้ให้แล้วก็ตามก็ไม่ทำให้คดีระงับไปเพราะเป็นความอาญาแผ่นดิน บุคคลที่อยู่ในฐานะจะถูกฟ้องเป็นจำเลยนั้น โจทก์อ้างเป็นพะยานและศาลรับฟังลงโทษ จำเลยได้ไม่ขัดกับประมวล วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 232

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.230 ประมวลกฎหมายอาญา ม.131 ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า จำเลยเป็นเสมียนแผนกสรรพากรอำเภอได้รับมอบหน้าที่ราชการเป็นประจำให้รับรักษาเงินค่าภาษีอากำจากผู้นำมาชำระ เพื่อส่งสมุห์บัญชีอำเภอต่อไป โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ยักยอกเงินค่าภาษีอากรที่มีผู้นำมาชำระแก่จำเลยหลายรายเป็นเงิน ๗๘๙ บาท ๑๔ สตางค์ แต่ทางพิจารณาปรากฏว่าจำเลยยักยอกไป ๗๐๕ บาท ๔๕ สตางค์ จำเลยกับขนประสิทธิ์ ฯ สมุห์บัญชีอำเภอได้จัดหาเงินมาใช้ให้รัฐบาลครบถ้วยแล้ว แต่สรรพากรจังหวัดผู้ควบคุมรักษาเงินผลปรโยชน์ของรัฐบาลประเภทนี้ได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานฟ้องร้องจำเลย โจทก์จึงได้ฟ้องขอให้ลงโทษ จำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตัดสินลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๓๑ ๓๑๙ (๓) จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยฎีกาว่า (๑) จำเลยมิใช่เจ้าพนักงานตามความหมายในมาตรา ๑๓๑ (๒) โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงิน ๗๘๙ บาท ๑๔ สตางค์ แต่ทางพิจารณาปรากฏว่าจำนวนเงินที่แท้จริงเพียง ๗๐๕ บาท ๔๕ สตางค์ ศาลควรยกฟ้องตาม ประมวล วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ (๓) กรณีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัวสรรพากรจังหวัดยอมรับเงินนั้นคืนไปแล้วจะเอาคดีขึ้นว่ากล่าวหาได้ไม่ (๔) โจทก์นำขุนประสิทธิ์ ฯ กับนายมาเข้าเป็นพะยาน และศาลก็อาศัยพะยาน ๒ ปากนี้ลงโทษ จำเลยเป็นการไม่ชอบด้วยมาตรา ๒๓๒ แห่ง ประมวล วิธีพิจารณาความอาญา โดยบุคคลทั้ง ๒ อยู่ในฐานะที่จะถูกฟ้องเป็นจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า ๑.จำเลยได้รับมอบหน้าที่ราชการเป็นประจำให้รับรักษาเงินค่าภาษีอากรจากผู้นำมาชำระเพื่อนำส่งสมุห์บัญชี จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานกระทำการโดยมีหน้าที่รับเงินนั้น ๆ ตามมาตรา ๑๓๑ ๒.โจทก์หาว่าจำเลยทุจจริตยักยอกเงินค่าภาษีอากร เมื่อพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้ทุจจริตยักยอกเงินประเภทนั้น ๆ จริงแล้วจะเป็นจำนวนน้อยกว่าที่กล่าวหาก็ไม่สำคัญอันใดจำเลยจะขอให้ยกฟ้องตาม ประมวล วิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๒ วรรค ๒ หาได้ไม่ ๓. การกระทำของจำเลย เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน หาใช่ความผิดต่อส่วนตัวไม่เพราะเงินที่จำเลยยักยอกเป็นเงินค่าภาษีอากรซึ่งในหน้าที่ราชการของจำเลยรับไว้จากผู้นำมาชำระ หาใช่เงินส่วนตัวของสรรพกรจังหวัดไม่ ๔. แม้จะจริงอย่างค้านก็ไม่อยู่ในบังคับมาตรา ๒๓๒ เพราะมาตรา ๒๓๒ ห้ามมิให้โจทก์ อ้างจำเลยเป็นพะยานเท่านั้น จึง พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2483 อัยยการอุบลราชธานี โจทก์ นายนุกูล ก้อนแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการอุบลราชธานี · จำเลย - นายนุกูล ก้อนแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · พลางกูร · วิเศษ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา