⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 673/2483

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2483

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่แต่งฟ้องและจดข้อความในฟ้องว่าเป็นทนายความ ทั้งที่ใบอนุญาตทนายความขาดต่ออายุแล้ว เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จตามกฎหมาย และไม่สามารถอ้างว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อยกเว้นความรับผิดได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยขาดต่ออายุใบอนุญาตทนายความแล้วยังไปแต่งฟ้องและจดข้อความในฟ้องว่าเป็นทนายความดังนี้เป็นผิดฐานแจ้งความเท็จ +กระทำความผิดแล้วจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.45 พระราชบัญญัติทนายความ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2483 ม.3 พระราชบัญญัติทนายความ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2483 ม.4 พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2477 ม.6 พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2477 ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า จำเลยเคยได้รับอนุญาตให้เป็นทนายความชั้นที่ ๒ แต่ความเป็นทนายของจำเลยได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๘๒ โดย จำเลยไม่ต่ออายุใบอนุญาตจำเลยจึงขาดจากทะเบียนทนายความเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๔๘๓ จำเลยได้นำฟ้องคดีอาญาไปยื่นต่อศาลแขวงพระนครใต้ในท้ายฟ้องนั้นจำเลยกล่าวข้อความว่า " คำฟ้องฉะบับนี้ข้าพเจ้านายนิ่ม ศรอุทัยทนายความเป็นผู้เรียงและเป็นผู้พิมพ์ " คำที่จำเลยกล่าวนี้เป็นข้อความซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ ผู้พิพากษามีความหลงเชื่อจึงรับคำฟ้อง โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๘ จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ต่อใบอนุญาตใน พ.ศ. ๒๔๘๒ และได้แต่งฟ้องจริง แต่เหตุที่แต่งโดยคิดว่ายังไม่ได้ถูกลบชื่อห้ามไม่ให้เป็นทนายเข้าว่าความ เหตุที่ไม่ได้ต่อใบอนุญาตในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ เพราะป่วย เวลานี้ได้ต่อใบอนุญาตแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๔๘๓ โจทก์ จำเลยไม่สืบพะยาน ศาลแขวงพระนครใต้เห็นว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๘ ปรับ ๒๐ บาท ลดกึ่งหนึ่งคงปรับ ๑๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยถือมั่นสำคัญตนโดยสุจริตว่าตนมีสิทธิทำได้โดยชอบเท่ากับ จำเลยให้การปฏิเสธข้อหาฐานแจ้งความเท็จ โจทก์มีหน้าที่ต้องสืบให้สมว่าจำเลยเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปแจ้งแต่โจทก์ก็มิได้นำสืบประการใด ไม่มีทางลงโทษ จำเลยได้ จึงพิพากษากลับศาลแขวงให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตาม พรบ ทนายความ ม. ๖ บัญญัติว่าผู้เป็นทนายความจึงจะแต่งฟ้องให้คู่ความได้ และมาตรา ๘ บัญญัติว่าใบอนุญาตทนายความต้องต่ออายุทุกปีจึงจะไม่ขาดจากทะเบียน ซึ่งจำเลยจะเถียงว่าไม่รู้กฎหมาย ๒ มาตรา นี้ไม่ได้ ดังที่ กฎหมายอาญามาตรา ๔๕ บัญญัติไว้ ฉะนั้นเมื่อ จำเลยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่เป็นทนายความที่มีอำนาจแต่งฟ้องแล้วไปจดข้อความในฟ้องว่าเป็นทนายความจึงเป็นแจ้งความเท็น จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2483 พนักงานอัยยการ โจทก์ นายนิ่ม ศรอุทัย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยยการ · ล. - นายนิ่ม ศรอุทัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · พลางกูร · วิกรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7111/2559ฎีกา 5868/2533ฎีกา 964/2466ฎีกา 413/2466ฎีกา 528/2470ฎีกา 2437/2515ฎีกา 623/2468ฎีกา 124/2484ฎีกา 431/2472ฎีกา 1198/2543ฎีกา 7184/2540ฎีกา 9083/2544ฎีกา 621/2468ฎีกา 1154/2482ฎีกา 177/2508ฎีกา 179/2470ฎีกา 1054/2465ฎีกา 206/2466ฎีกา 541/2517ฎีกา 660/2554ฎีกา 5091/2539ฎีกา 1730/2492ฎีกา 681/2550ฎีกา 1064/2472
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา