คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 727/2483
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลเคยมีคำพิพากษาในคดีก่อนว่าโจทก์ฟ้องเรียกเงินมัดจำคืนโดยอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาแล้วศาลยกฟ้องไปนั้น ไม่เป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกเงินมัดจำคืนอีกในภายหลัง หากปรากฏข้อเท็จจริงใหม่ว่าจำเลยตกอยู่ในฐานะไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ เพราะเหตุแห่งการฟ้องคดีใหม่แตกต่างจากคดีเดิม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เคยฟ้องเรียกเงินมัดจำคืนโดยหาว่าจำเลยผิดสัญญาศาลยกฟ้องภายหลัง จำเลยตกอยู่ในฐานะไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้โจทก์ก็ฟ้องเรียกเงินมัดจำคืนได้ ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอคืนเงินมัดจำตามสัญญาซื้อขาย โรงสีระหว่างโจทก์ จำเลยซึ่งเงินมัดจำรายนี้ โจทก์ได้เคยฟ้องขอคืนตามสำนวนคดีแดงที่ ๓๑/๒๔๗๙ ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า จำเลยยังมิได้ผิดสัญญาโจทก์จะเรียกคืนไม่ได้ ต่อมาเมื่อโรงสีถูกไฟไหม้แล้ว โจทก์จึงได้ฟ้องขอคืนเงินมัดจำในคดีนี้อีก
ศาลจังหวัดปากพนังเห็นว่าไม่เป็นการฟ้องซ้ำจึงพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อโจทก์ฟ้องคดีก่อนจำเลยยังไม่ได้ทำผิดสัญญาศาลจึงได้พิพากษายกฟ้อง ต่อมาภายหลัง จำเลยไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นได้ โจทก์ก็ฟ้องจำเลยได้โดยคดีมีประเด็นคนละอย่าง มิได้ซ้ำ กับคดีก่อนที่ศาลได้วินิจฉัยมาแล้ว จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 727/2483
นายยิ่มกัง แซ่โค้ โจทก์
นายฉิ่นเม้า อ่องศิริวงศ์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายยิ่มกัง แซ่โค้ · ล. - นายฉิ่นเม้า อ่องศิริวงศ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อิศร · สุทธิอรรถนฤมนตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา