คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มัดจำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 ต้องเป็นทรัพย์สินที่ให้ในวันทำสัญญาเท่านั้น ส่วนเงินที่ชำระภายหลังวันทำสัญญาไม่ใช่การวางมัดจำ แต่เป็นการชำระราคาบางส่วน
เมื่อมีการเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 คู่สัญญาต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยนับแต่เวลาที่รับเงิน และหากมีการโอนทรัพย์สินให้บุคคลภายนอกไปแล้ว คู่สัญญาที่รับโอนต้องชดใช้ราคาทรัพย์สินนั้นแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายแทนเพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลภายนอกที่รับโอนโดยสุจริต
ย่อคำพิพากษา
มัดจำตาม ป.พ.พ.มาตรา 377 จะต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งได้ให้ในวันทำสัญญานั้น ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ให้ในวันอื่น สัญญาระบุ ในวันทำสัญญาผู้จะซื้อได้ชำระเงิน 200,000 บาท และในวันที่ 20 มีนาคม 2532 ชำระอีก3,300,000 บาท เฉพาะเงิน 200,000 บาท ที่ผู้ซื้อให้ผู้จะขายยึดเป็นประกันเท่านั้นที่เป็นมัดจำ ส่วนเงิน 3,300,000 บาท ซึ่งชำระหลังวันทำสัญญาไม่ใช่มัดจำเป็นเพียงการชำระราคาค่าที่ดินบางส่วน
เงินที่จำเลยจะต้องใช้คืนโจทก์เพราะเลิกสัญญาตาม ป.พ.พ.มาตรา 391 ต้องคืนพร้อมดอกเบี้ยนับแต่เวลาที่รับเงินไว้ ส่วนโจทก์ซึ่งได้รับโอนที่ดินบางส่วนจากจำเลยมาแล้วก็ต้องโอนคืนเฉพาะที่ยังมีชื่อทางทะเบียนเป็นของโจทก์ส่วนที่ดินซึ่งโจทก์ให้บุคคลภายนอกเป็นผู้รับโอนไปจากจำเลย โจทก์คงมีหน้าที่ต้องชดใช้ราคาที่ดินให้จำเลยทั้งสองแทนเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกซึ่งรับโอนโดยสุจริตพร้อมดอกเบี้ยอัตรานับจากวันที่โจทก์ให้บุคคลภายนอกรับโอน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมนตรี เจือศรีกุล · จำเลย - นายดวงคำ หงษ์ทอง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ปราโมทย์ บุนนาค |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายสรศักดิ์ ศรีพิชญาการ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายสุพิน ไชยชาญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา