⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 221/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2484

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่โจทก์อุทธรณ์ฉะเพาะข้อกฎหมายนั้น ศาลอุทธรณ์ไม่จำต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น ถ้าหากว่าข้อเท็จจริงที่ฟังมานั้นปราศจากหลักฐานในสำนวนสนับสนุน ในกรณีที่ไม่มีการสืบพะยานโจทก์และไม่ปรากฎว่าศาลสังงดนั้น ถ้าหากว่าข้อที่จะสืบนั้นจะเป็นผลร้ายแก่จำเลยแล้ว ศาลสูงไม่ควรย้อนสำนวนไปให้สืบพะยาน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.194 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 ม.53 พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าว่าจำเลยมีฝิ่นโดยไม่ได้รับอนุญาตและก่อนคดีนี้เคยต้องโทษฐานเล่นการพะนันมาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลปรับ ๓๐ บาทพ้นโทษมายังไม่เกิน ๕ ปี ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.๒๔๓๒ม.๕๓ พ.ร.บ.ฝิ่น(ฉะบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๔๘๑ ม.๖ กฎหมายอาญามาตรา ๗๒ จำเลยให้การรับว่า ได้กระทำผิดจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลยตาม พ.ร.บ.ฝิ่น แต่ข้อที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษตามกฎหมายอาญามาตรา ม.๗๒ เห็นว่าเพิ่มไม่ได้เพราะ พ.ร.บ.ฝิ่นมีบทเพิ่มโทษพิเศษในมาตรา ๖๘ ว่าจำเลยเคยทำผิด พ.ร.บ.ฝิ่นไม่เกิน ๓ ปี แต่คดีนี้จำเลยเคยทำผิด พ.ร.บ. การพะนันพ้นโทษไม่เกิน ๕ ปี ถ้าจะแปลว่าเพิ่มมาตรา ๖๘ ไม่ได้ ก็เพิ่มตาม กฎหมายอาญามาตรา ๗๒ ได้จะเป็นผลร้ายแก่จำเลย จึงยกคำขอข้อนี้เสีย โจทก์อุทธรณ์ ศษลอุทธรณ์เห็นว่าเมื่อจำเลยให้การรับว่าทำผิดตามฟ้องไม่ได้รับข้อที่เคยต้องโทษและพ้นโทษ ก็เพิ่มโทษจำเลยไม่ได้ จึงพิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคำให้การจำเลยนั้น จำเลยมิได้รับในข้อต้องโทษและพ้นโทษ โดยรับแต่เพียงว่าได้ทำผิดตามฟ้องเท่านั้น เป็นหน้าที่โจทก์ต้องสืบในข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษ เมื่อโจทก์ไม่สืบก็ไม่มีข้อเท็จจริงในสำนวน แม้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไปทางอื่นและโจทก์อุทธรณ์ฉะเพาะข้อที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยก็ดีศาลอุทธรณหาจำเป็นต้องฟังข้อเท็จ จริงตามศาลชั้นต้นไม เมื่อข้อเท็จจริงนั้นปราศจากกลักฐานในสำนวน อนึ่งการที่ศาลอุทธรณ์จะสืบพะยานเองหรือส่งสำนวนไปสืบตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๐๘ นั้นเล่าก็อยู่ในดุลยพินิจของศาล ซึ่งคดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ควรย้อนสำนวนไปสืบเพราะเป็นผลร้ายแกจำเลยและในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์เองมิได้ขอสืบพะยานโจทก์แต่อย่างใด จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2484 อัยยการนครสวรรค์ โจทก์ นายดังเก่า แซ่โค้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการนครสวรรค์ · จำเลย - นายดังเก่า แซ่โค้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลางกูร · นิติศาสตร์ · วิเศษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 909/2493ฎีกา 313/2518ฎีกา 871/2518ฎีกา 3861/2537ฎีกา 6083/2546ฎีกา 845/2543ฎีกา 2665/2515ฎีกา 3164/2538ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 1150/2499ฎีกา 10854/2553ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1576/2479ฎีกา 551/2514ฎีกา 1228/2510ฎีกา 1005/2532ฎีกา 369/2501ฎีกา 9797/2555ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1974/2494ฎีกา 2394/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา