⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 827/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 827/2484

ป.วิ.แพ่ง ม.123, 142, 179 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยอ้างเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของโจทก์ และโจทก์มีเอกสารดังกล่าวแต่ไม่ยอมส่งมอบ ให้ถือว่าโจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างจากเอกสารนั้น

ย่อคำพิพากษา

พฤตติการณ์ที่ศาลควรอนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ จำเลยอ้างเอกสารซึ่งอยู่ที่โจทก์ เมื่อโจทก์มีเอกสารอยู่แต่ไม่ยอมส่งกฎหมายให้ถือว่าโจทก์รับข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างจากเอกสารนั้น (คดีที่ฟ้องกล่าวหากันในมูลกรณีหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้มีผลเนื่องไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ด้วยได้ ไม่มีประเด็น แต่ย่อไว้เพื่อเตือนใจ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.123 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.123 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นทนายในคดีที่จำเลยถูกฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ แต่แล้วโจทก์ซึ่งเป็นทนายให้จำเลยทำยอมความในคดีที่ถูกฟ้องนั้น บัดนี้โจทก์มาฟ้องเรียกค่าจ้าง ๕๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพลั้งเผลอออกหมายเรียกเป็นคดีมโนศาเร่กำหนดให้จำเลยแก้ข้อหาและสืบพะยานโจทก์ ถึงนัดจำเลยมาศาล ศาลจดรายงานพิจารณาว่าจำเลยขอให้การต่อศาล ๆ จึงจดคำให้การจำเลยไว้ รับว่าจ้างว่าคดี ๕๐๐ บาทจริง แต่จ่ายให้ ๒๐๐ บาทเศษ ที่เหลือไม่มีให้ แต่เพราะเป็นคดีแพ่งสามัญ ศาลจึงเลื่อนไปสืบพะยาน ต่อมาจำเลยแต่งทนายร้องขอให้การเพิ่มเติมว่าค่าจ้าง ๕๐๐ บาทนั้น มีเงื่อนไขว่าโจทก์จะได้รับเมื่อคดีชนะ ได้ทำสัญญาให้โจทก์ถือไว้ แต่โจทก์หาได้ว่าความชนะไม่ กลับแนะนำให้จำเลยยอมความ และจำเลยอ้างหนังสือสัญญาที่โจทก์เป็นพะยาน แต่โจทก์นำนสืบว่าหนังสือสัญญาหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยให้มีผลเนื่องไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ด้วยเพราะหนี้ไม่อาจแบ่งแยกได้ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๙ ที่จำเลยว่าสัญญาจ้างมีเงื่อนไข จำเลยขอหมายศาลเรียกสัญญาจ้างซึ่งทำขึ้นฉะบับเดียวให้โจทก์ยึดถือไว้นั้นมาเป็นพะยาน ที่โจทก์นำสืบว่าสัญญาหายนั้นไม่น่าเชื่อ เชื่อว่าสัญญาที่จำเลยอ้างยังอยู่ในครอบครองของโจทก์ เมื่อโจทก์ไม่ส่งศาลตามหมายเรียกต้องถือว่าโจทก์รับว่าข้อเท็จจริงเป็นดังข้ออ้างของจำเลย ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๒๓ โจทก์จึงไม่มีทางชนะคดีได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 827/2484 นายบุญมี วรสัตย์ โจทก์ นายเสง แซ่ตั้ง นางลาด แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญมี วรสัตย์ · จำเลย - นายเสง แซ่ตั้ง นางลาด แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · พลางกูร · ทิพปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายพยุงวัฒน+ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยพากย์ฯ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 377/2500ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 497/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา