คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์มรดกโดยทายาทคนเดียวเกินกว่าหนึ่งปี ถือเป็นการครอบครองปรปักษ์ แม้จะมีทายาทอื่นถือโฉนดไว้ก็ตาม การตกลงแบ่งทรัพย์มรดกดังกล่าวจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน หรือได้เข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ทายาทคนหนึ่งปกครองที่ดินมฤดกมาตามลำพัง แต่โฉนดอยู่ที่ทายาทซึ่งเป็นผู้ใหญ่โดยผู้ตายฝากฝังไว้นั้นไม่ถือว่าทายาทซึ่งถือโฉนดไว้นั้นปกครองร่วมด้วย.ปกครองมฤดกมาตามลำพังเกินปีแล้ว การตกลงยอมแบ่งทรัพย์นั้นให้แก่คนอื่น ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือหรือได้เข้าครอบครองแล้ว ไม่มีผล.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าที่ดินหมายเลข ๑ และ ๓ เป็นจองนายอยู่บิดาสามีโจทก์และตาจำเลยเมื่อนายอยู่ตายแล้ว จำเลยได้ปกครองมาโดยลำพัง ฝ่ายโจทก์มิได้เกี่ยวข้อง แต่โฉนดอยู่ที่สามีโจทก์ โดยสามีโจทก์เป็นน้าจำเลยและเป็นญาติผู้ใหญ่ที่มีชีวิตอยู่ในเวลานั้นซึ่งจำเลยว่า เป็นเพราะนายอยู่ฝากไว้ บัดนี้โจทก์มาฟ้องแบ่งมฤดกสำหรับที่รายนี้.
ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยได้ครอบครองทรัพย์มาโดยลำพัง คดีโจทก์ขาดอายุความส่วนข้อที่ว่า ได้มีการตกลงแบ่งมฤดกกันภายหลังนาย+สามีโจทก์วายชนม์ก็ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือได้มีการเข้าครอบครอง
จึงไม่มีผลบังคับได้ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ยืนตามศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2485
นางอิ่ม มานะทัต ในส่วนตัวและเป็นมารดาผู้ปกครองเด็กชายลำทวย มานะทัต
เด็กหญิงอุดม มานะทัต โจทก์
นายต๋า มานะทัต กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | มานะทัต - นางอิ่ม มานะทัต ในส่วนตัวและเป็นมารดาผู้ปกครองเด็กชายลำทวย · โจทก์ - เด็กหญิงอุดม มานะทัต · จำเลย - นายต๋า มานะทัต กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · อิศรภักดีธรรมวิเทต · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา