⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 832/2485

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 832/2485

ป.วิ.อาญา ม.15, 179, 182 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.86

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอาจมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอให้จำหน่ายคดีพร้อมไปในเวลาพิพากษาคดีได้ และหากโจทก์ไม่สามารถนำพยานมาสืบได้โดยไม่ทราบว่าพยานไปอยู่ที่ใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องได้.

ย่อคำพิพากษา

ศาลจะมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอให้จำหน่ายคดีพร้อมไปในเวลาพิพากษาคดีก็ได้. โจทก์นำพยานมาสืบไม่ได้โดยไม่ทราบว่าพยานไปอยู่ที่ใดดังนี้ศาลพิพากษายกฟ้องเสียได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.182 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.179 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.182 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันลักกระบือหรือมิฉะนั้นจำเลยบังอาจรับกระบือไว้โดยรู้ว่าเป็นของผู้ร้าย ในวันนัดพิจารณาครั้งที่ ๒ ซึ่งต่อมาจากวันนัดครั้งแรกเดือนเศษ โจทก์แถลงเหตุขัดข้องว่าไม่สามารถส่งหมายให้แก่พยานสำคัญได้ (เช่นเดียวกับที่ขอเลื่อนในนัดแรก) ไม่สามารถนำพยานสำคัญมาสืบและไม่ติดใจขอเลื่อนคดีต่อไป พยานอื่นก็ไม่ขอสืบ ขอให้จำหน่ายคดีชั่วคราวจนกว่าโจทก์จะได้พยานสำคัญมา แล้วจะฟ้องคดีขึ้นมาใหม่ ฝ่ายจำเลยคัดค้าน ขอให้ดำเนินการพิจารณาไปและโจทก์ไม่ติดใจถอนฟ้อง คู่ความต่างไม่ขอสืบพยาน ให้ศาลสั่งไปตามกระบวนความ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานสืบแสดงว่าจำเลยทำผิดดังฟ้อง จึงพิพากษาให้ยกคำขอให้จำหน่ายคดีของโจทก์และให้ยกฟ้องโจทก์เสีย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ศาลล่างวินิจฉัยชี้ขาดคดีนี้ฝ่าฝืนมาตรา ๑๘๒ ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา เพราะยังอยู่ในระหว่างพิจารณาจะพิพากษาไม่ได้ โดยมิได้สั่งคำร้องขอจำหน่ายคดีของโจทก์ และคดีของโจทก์มีหลักฐานพอเพราะได้ทำการสอบสวนตามมาตรา ๑๒๐ ประมวลวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นสั่งคำร้องไปพร้อมกับคำพิพากษาได้ มาตรา ๑๘๒ ที่โจทก์อ้างฟังไม่ขึ้น, และมาตรา ๑๒๐ นั้น ก็ไม่มีข้อใดแสดงว่าคดีโจทก์มีหลักฐานพอที่จะลงโทษจำเลยได้ เพราะคดีที่อัยการเป็นโจทย์ฟ้องนั้น ศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะพยานหลักฐานไม่พอก็มี จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 832/2485 อัยการร้อยเอ็ด โจทก์ นายเสียว พานทอง ที่ 1 นายพิง สรีแสงสว่าง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการร้อยเอ็ด · จำเลย - นายเสียว พานทอง ที่ 1 นายพิง สรีแสงสว่าง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ว.จ. นิติสาตรไพสาล · อ.ช. เพ็นชาติ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 21848/2555ฎีกา 4359/2540ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 917/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 1148/2534ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3800/2564ฎีกา 6321/2544ฎีกา 2936/2543ฎีกา 960/2559ฎีกา 3329/2550ฎีกา 2234/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา