⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 418-419/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418-419/2488

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การฎีกาในข้อเท็จจริงและในเรื่องการใช้ดุลยพินิจกำหนดโทษที่จำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามตามกฎหมาย * การพิจารณาพิพากษาคดีทหารที่โอนมายังศาลพลเรือนตาม พ.ร.บ. กฎอัยการศึก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2487 มาตรา 8 ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 กะทง ๆ ละ 5 ปี รวมเป็น 10 ปีเมื่อโทษที่ลงแก่จำเลยแต่ละกะทงไม่เกิน 5 ปี แล้วจำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงตลอดทั้งฎีกาในเรื่องใช้ดุลยพินิจกำหนดโทษไม่ได้ ต้องห้ามตาม วิ.อาญา ม.218 อ้างฎีกาที่ 76/2484 คดีของศาลทหารที่โอนมาพิจารณาพิพากษายังศาลพลเรือน ตาม พ.ร.บ.กฎอัยยการศึก (ฉะบับที่ 3 ) พ.ศ. 2487 ม.8 แล้ว การพิจารณาพิพากษาคดีนั้นยังศาลทหารและการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นยังศาลพลเรือนย่อมเป็นการชอบด้วยกฎหมายโดยตลอด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ข้อบังคับการเคหะ ม.8 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.71

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นสองสำนวน สำนวนแรกว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานบังคับให้นายแลให้สินบน สำนวนที่ ๒ ว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานบังคับให้นายก๊วยให้สินบน ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้น สั่งให้พิจารณาคดีรวมกันและฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตามฟ้อง พิพากษาลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๑๓๖ ใหัจำคุกจำเลย ๒ กะทง ๆ ละ ๕ ปี รวมเป็น ๑๐ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิด และศาลกำหนดโทษแรงไปแต่คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกะทงไม่เกิน ๕ ปี จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงตลอดทั้งการใช้ดุลยพินิจกำหนดโทษไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญา ม.๒๑๘ และจำเลยฎีกาในข้อกฎหมายว่าคดี ๒ เรื่องนี้เดิมจำเลยถูกฟ้องยังศาลทหาร ซึ่งได้อำนาจมาตามคำสั่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดตั้งขึ้นโดยไม่มีกฎหมายสนับสนุนไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.กฎอัยยการศึก คำสั่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดจึงเป็นโมฆะการพิจารณาของศาลทหารจึงไม่เกิดผลตามกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา ๘ แห่ง พ.ร.บ.กฎอัยยการศึก (ฉะบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๘๗ บัญญัติว่า "บรรดาคดีอาญาที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลทหารในวันใช้ พ.ร.บ.นี้ ซึ่งศาลทหารไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาตามความใน พ.ร.บ.นี้แล้วนั้น ให้โอนมาให้ศาลพลเรือนพิจารณาพิพากษาต่อไป" เมื่อมีกฎหมายรับรองให้โอนคดีที่ศาลทหารค้างชำระอยู่มาให้ศาลพลเรือนพิจารณาพิพากษาต่อไปดังนี้แล้ว การพิจารณาพิพากษาคดี ๒ เรื่องนี้จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายโดยตลอด พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418 - 419/2488 อัยยการสุพรรณบุรี โจทก์ ส.ต.ท.เถา ตัวรวย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการสุพรรณบุรี · จำเลย - ส.ต.ท.เถา ตัวรวย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · ประมูล สุวรรณศร · สุทธิอรรถนฤมนตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสุก นิยมารค · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 264/2499ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 222/2468ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 1618/2499ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา