คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 189-190/2489
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดฐานเป็นตัวการกระทำความผิดได้นั้น จะต้องเป็นไปตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์เท่านั้น หากโจทก์ขอให้ลงโทษฐานสมรู้ในการกระทำความผิด แม้ในระหว่างพิจารณาจะปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นตัวการกระทำความผิดนั้นด้วย ศาลก็ไม่อาจลงโทษจำเลยในฐานะตัวการได้ แต่สามารถลงโทษจำเลยในฐานะผู้สมรู้ได้ตามคำขอท้ายฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
พฤตติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นตัวการปล้นทรัพย์
โจทก์ฟ้องบรรยายการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานสมรู้ในการปล้น และอ้างบทขอให้ลงโทษฐานสมรู้ ทางพิจารณาสามฟ้อง แม้จะได้ความต่อไปว่าจำเลยเป็นตัวการปล้นทรัพย์ด้วยก็ลงโทษฐานเป็นตัวการปล้นทรัพย์ไม่ได้ เพราะเกินคำขอ แต่ลงโทษฐานสมรู้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายเจือกับพวกสมคบกันปล้นทรัพย์ และในขณะที่จำเลยกำลังทำการปล้นทรัพย์อยู่นั้น นายเริ่มจำเลยได้บังอาจกระทำการอุดหนุนโดยมีมีดเป็นสาตราวุธเดินตรวจตรารอบ ๆ บ้านเจ้าทรัพย์และตะโกนสนับสนุนให้คนร้ายอีกเหิมกระทำการองอาจยิ่งขึ้นว่า "ไอ้เสือเอาเข้า" เมื่อพวกเจ้าทรัพย์ออกจากบ้าน นายเริ่มจำเลยได้ออกติดตามจับ เป็นการกระทำอันอุปการแก่การกระทำผิด ขอให้ลงโทษจำเลยจำเลยตามประมวลกฎหมายลักษณอาญา ม.๓๐๑,๖๓,๖๕
จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายเจือกับพวกจำเลยเป็นคนร้ายปล้นทรัพย์รายนี้ ส่วนนายเริ่มจำเลยนั้นโจทก์สืบได้ความว่าจำเลยถือมืดเดินอยู่รอบ ๆ โรง และไล่ฟันพวกเจ้าทรัพย์ที่หนีออกจากโรง ในขณะที่จำเลยอื่นกำลังให้ขวานตีเจ้าทรัพย์นายเริ่มแอบดูอยู่ข้างโรงพูดว่า " เอาเข้าๆ " แล้วกระโดดเข้ามาฟันเจ้าทรัพย์ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า นายเริ่มจำเลยมีความผิดฐานเป็นตัวการปล้นทรัพย์รายนี้ด้วย แต่ฟ้องโจทก์บรรยายการกระทำของนายเริ่มจำเลยเพียงได้บังอาจทำการหนุนหลังผู้กระทำผิดซึ่งข้อเท็จจริงตามฟ้องก็ปรากฎตามทางพิจารณาสมฟ้องของโจทก์ ถึงหากจะได้ความว่านายเริ่มเป็นตัวการปล้นทรัพย์ก็ลงโทษได้เพียงฐานสมรู้ด้วยผู้กระทำผิดเท่าที่โจทก์กล่าวหาพิพากษาลงโทษจำเลยอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และลงโทษจำคุกนายเริ่มจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๓๐๑,๖๕ และพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ.๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๔) มาตรา ๗ วรรคต้นมีกำหนด ๑๐ ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 189 - 190/2489
อัยยการประจวบคีริขันธ์ โจทก์
นายเจือ สาสุขที่ 1,นายอาบที่ 2,นายเริ่มที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการประจวบคีริขันธ์ · จำเลย - นายเจือ สาสุขที่ 1,นายอาบที่ 2,นายเริ่มที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชัยประชา · ชัยประชา · ธรรมบัณฑิต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระพินิจการโกศล · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา