คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2489
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* โจทก์ในคดีอนาถาที่ลืมเสียค่าธรรมเนียมบางส่วน สามารถชำระให้ถูกต้องได้ภายหลังศาลพิพากษาแล้ว
* ศาลมีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงเป็นยุตติและงดการสืบพยานที่คู่ความร้องขอได้
* บัญชีทรัพย์ที่ผู้ตายทำขึ้นไม่จำเป็นต้องลงชื่อกำกับไว้ตามกฎหมาย
* เจ้าของที่ดินมีสิทธิตีราคาที่ดินของตนได้ตามพอใจ และเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินนั้นจะขอให้ศาลกะราคาที่ดินเพื่อบรรเทาความเสียหายของตนไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ในคดีอนาถาขอเสียเงินค่าธรรมเนียม เจ้าพนักงานลืมเรียกค่าอ้างพินัยกรรม์มารู้กันภายหลังที่ศาลพิพากษาแล้ว โจทก์ก็ขอชำระค่าอ้างให้ถูกต้องได้ (อ้างฎีกาที่ 1033/82)
ศาลมีอำนาจที่จะฟังข้อเท็จจริงเป็นยุตติและงดไม่สืบพะยานที่คู่ความร้องขอสืบได้
บัญชีทรัพย์ที่ผู้ตายทำขึ้นนั้นไม่มีกฎหมายบังคับว่า ผู้ตายจะต้องลงชื่อกำกับไว้ด้วย
เจ้าของที่ดินย่อมตีราคาที่ดินของตนได้ตามราคาที่ตนพอใจ เจ้าของห้องแถวบนที่ดินนั้นจะขอให้ศาลกะราคาที่ดินเพื่อบรรเทาความเสียหายของตนนั้นไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดกจากจำเลยตามพินัยกรรม์ของผู้ตายซึ่งเป็นภรรยาจำเลย
จำเลยให้การต่อสู้ในเรื่องจำนวนทรัพย์สินเดิมและสินสมรสและตัดฟ้องว่า พินัยกรรม์นี้ทำขึ้นเมื่อผู้ตายไม่มีสติหรือตายแล้วทั้งได้มีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาโดยลำดับ ดังนี้
(๑) การที่โจทก์มาเสียค่าอ้างพินัยกรรม์ภายหลังที่ศาลพิพากษาคดีนั้น เมื่อปรากฎว่า ในชั้นแรกโจทก์ขอว่าความอย่างคนอนาถา ครั้นเมื่อโจทก์หาเงินมาได้ และขอเสียค่าธรรมเนียมพนักงานศาลพลั้งเผลอมิได้เรียกฉะเพาะค่าอ้างนี้ มารู้กันภายหลัง และโจทก์ก็ได้ชำระให้เรียบร้อยแล้ว ดังนี้ เป็นหลักฐายอันชอบ
(๒) ข้อที่ขอให้ศาลเรียกนายละอองผู้พิพากษามาสืบในฐานะเป็นผู้รู้เห็นในพินัยกรรม์นั้น ปรากฎว่าตามสำนวนฟังได้ชัดเจนแล้วว่า พินัยกรรม์นี้เป็นพินัยกรรม์ที่ทำขึ้นโดยถูกต้องและได้ส่งเป็นหลักฐานไว้ต่อศาลแล้วศาลมีอำนาจงดไม่สืบนายละอองได้
(๓) บัญชีทรัพย์ที่ผู้ตายทำขึ้นนั้น ไม่มีกฎหมายบังคับว่าผู้ตายจะต้องลงชื่อ เมื่อโจทก์มีพะยานประกอบมั่นคง ย่อมพอฟังได้
(๔) จำเลยขอให้ตีราคาที่ดินสินเดิมพอสมควรเพื่อขายรวมกับห้องแถวสมรส (ที่ต้องแบ่ง) เพื่อมิให้เสียหายแก่จำเลยมากนั้น ต้องแล้วแต่โจทก์ ถ้าโจทก์ไม่ยอม ก็ย่อมบังคับให้โจทก์ขายที่ดินในราคาที่โจทก์ไม่สมัครไม่ได้
(๕) การแบ่งสมรสและหักสมรสใช้สินเดิม จำเลยมิได้อุทธรณ์โดยชัดแจ้ง เป็นแต่กล่าวว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคลาดเคลื่อนศาลอุทธรณ์จึงไม่แก้ไข นับเป็นเรื่องที่จำเลยมิได้ว่ากล่าวรักกันมาในชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2489
นางเอี่ยม ถาวระ โจทก์
นายคลิ้ง เสวตรัตน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเอี่ยม ถาวระ · จำเลย - นายคลิ้ง เสวตรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปรีชา · อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา