คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2489
ย่อคำพิพากษา
ไม่มีคนเห็นในเวลาที่โคถูกลักไป จนรุ่งขึ้นเวลาบ่าย จึงมีผู้เห็นจำเลยพาโคไปดังนี้ ไม่พอที่จะชี้ขาดว่าจำเลยทำการลัก คงลงโทษได้เพียงฐานรับของโจร
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานรับของโจร
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยลักทรัพย์แต่โจทก์ไม่อุทธรณ์ จึงลงโทษไม่ได้ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์ไม่มีพะยานแสดงขณะเริ่มแรกที่มีผู้ลักพาโคไปจากที่หาย (ที่ทำเลเลี้ยง) เลย วันรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งเวลาบ่ายแล้ว จึงมีผู้พบจำเลยพาโคไป ไม่ปรากฎร่องรอยแสดงว่าจำเลยกับพวกพาโคไปจากสถานที่ที่หาย ในเวลาใกล้ชิดติดต่อกันที่โคหายก็ไม่มีผู้พบปะจำเลยกัลพวกเกี่ยวแก่เรื่องโครายนี้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ลักมาดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัย แต่อาการที่จำเลยกับพวกพาโคไปตอน ๑ กับตอนที่หลบหนี ไปจากที่โคถูกฆ่า แสดงว่าจำเลยรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย จึงพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ม.๓๒๑
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2489
อัยยการมหาสารคาม โจทก์
นายกาว ประสมศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการมหาสารคาม · จำเลย - นายกาว ประสมศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายฉัตร์ รัตน์ทัศนีย์ · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา