คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2489
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่าคำให้การอาจใช้ยันเขาได้นั้น เมื่อได้ปฏิบัติไปแล้วในครั้งแรก ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติซ้ำอีกในการสอบสวนเพิ่มเติม
ย่อคำพิพากษา
เมื่อการสอบสวนครั้งแรก เจ้าพนักงานสอบสวนได้แจ้งให้จำเลยทราบแล้วว่าคำให้การอาจใช้ยันเขาได้ และจำเลยปฏิเสธเมื่อมีการสอบสวนเพิ่มเติมอีกเจ้าพนักงานไม่จำต้องปฏิบัติการนั้นซ้ำอีก หากจำเลยให้การรับสารภาพในการสอบสวนเพิ่มเติมก็ฟังประกอบการลงโทษจำเลยได้ เพราะมาตรา 134 มิได้บังคับให้ปฏิบัติทุกครั้ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรวม ๗ คนปล้นทรัพย์นายหลีเจียวไปรวมราคา ๘๖๙ บาท ๕๐ สตางค์ ขอให้ลงโทษ
จำเลยให้การปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทั้ง ๔ คนฐานปล้น
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลดฐานปราณีตาม ม.๕๙ ให้แก่จำเลยที่ ๑,๒,๓ คงจำคุกคนละ ๕ ปี จำเลยที่ ๔ ให้ปล่อยตัวไป นอกนั้นยืนตาม
จำเลยทั้ง ๓ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยค้านว่าคำรับชั้นสอบสวนเพิ่มเติมมิได้แจ้งข้อหาให้จำเลยทราบ จะฟังคำรับมายันจำเลยไม่ได้นั้น ข้อนี้ปรากฎว่าเมื่อสอบสวนจำเลยครั้งแรกพนักงานสอบสวนได้ปฏิบัติถูกต้องชอบด้วยวิธีพิจารณาแล้ว ไม่จำต้องปฏิบัติการนั้นซ้ำอีก เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกันมา ผู้ถูกสอบสวนก็เป็นบุคคลเดียวกันได้ทราบเรื่องมาแต่แรกแล้ว วิธีพิจารณาก็มิได้บังคับให้ปฏิบัติทุกครั้ง ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๔ คนตาม ม.๓๐๑ ลดโทษจำเลยที่ ๑,๒,๓ คงจำคุกคนละ ๗ ปี นอกนั้นยืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2489
อัยยการจังหวัดยะลา โจทก์
นายลาเต๊ะ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดยะลา · จำเลย - นายลาเต๊ะ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · อิศรภักดีธรรมวิเทต · ประมูล สุวรรณศร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงมนูเทศน์วิมลภัย · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา