คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2489
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดเวลา ต้องให้ระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ผู้เช่าจึงจะจำต้องออก
2. เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่าแล้ว ผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์สิน ถือเป็นการอยู่โดยละเมิด ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
ย่อคำพิพากษา
เช่ากันโดยไม่มีกำหนดเวลานั้น แม้ผู้ให้เช่าบอกกล่าวให้ผู้เช่าออกจากทรัพย์ที่เช่าเป็นระยะเวลาสั้นกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ผู้เช่าก็ยังไม่จำต้องออก แต่เมื่อครบกำหนดบอกกล่าวตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วก็ต้องออก
เมื่อสิ้นสัญญาเช่าแล้ว ผู้เช่าครองทรัพย์อยู่ ก็เป็นการอยู่โดยละเมิด ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้เจ้าของทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า เมื่อสิ้นอายุตามหนังสือสัญญาเช่าแล้ว ต่อมาโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าให้จำเลยออกจากที่เช่าภายใน ๑๕ วันและโจทก์มาฟ้องหลังจากบอกกล่าวแล้ว ๒ เดือนกว่า ตามสัญญาเช่าทีทำกันไว้กำหนดค่าเช่าเดือนละ ๑๕๐ บาท
ศาลล่างพิพากษาให้ขับไล่ และใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละ ๑๕๐ บาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ ม.๕๖๖ นั้น เมื่อผู้เช่ารับคำบอกกล่าวแล้ว ยังไม่ต้องออกจนกว่าระยะเวลาที่ตนได้รับบอกกล่าวล่วงหน้า ผ่านพ้นไปแล้ว ที่จำเลยเถียงว่าโจทก์บอกให้จำเลยออกไปภายใน ๑๕ วัน มีผลเป็นโมฆะหรือเสมือนไม่เคยบอกกล่าวนั้นย่อมฟังไม่ขึ้น และเมื่อสิ้นสัญญาเช่าแล้ว จำเลยก็ครองทรัพย์อยู่โดยไม่มีสิทธิ์ ได้ชื่อว่าเป็นการกระทำอันมิชอบ โจทก์เรียกค่าเสียหายได้ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2489
นายสง่า กิจโอชาน โจทก์
นายซิว แซ่หว่อง,หรือ เชาว์ ว่องปรีชา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสง่า กิจโอชาน · จำเลย - นายซิว แซ่หว่อง,หรือ เชาว์ ว่องปรีชา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · อิศรภักดีธรรมวิเทต · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายแสวง สัดพลี · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลย์ทัณฑ์ธนาณัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา