⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 310/2490

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2490

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนฟ้องคดีแพ่งแล้วกลับมาฟ้องใหม่ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 176 ไม่ใช่การใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และสัญญาที่บุคคลภายนอกทำไว้เพื่อยอมรับใช้ทรัพย์สินที่ถูกยักยอกแทนผู้กระทำความผิดนั้น ไม่เป็นโมฆะ และไม่ต้องปิดอากรแสตมป์

ย่อคำพิพากษา

ถอนฟ้องคดีแพ่งแล้วกลับมาฟ้องใหม่ได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม. 176 และไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต รับฝากของที่ขะโมยเขามา มารดาและพี่ของผู้รับฝากทำสัญญายอมใช้ราคาของที่ฝากให้แก่เจ้าของและคนขะโมย เจ้าของย่อมฟ้องเรียกเงินตามสัญญานั้นได้และสัญญาชะนิดนี้ไม่ใช่สัญญาประกันการทำยอมใช้ทรัพย์ยักยอกอันเป็นความผิด ส่วนตัวนั้นไม่นับว่าสัญญาเป็นโมฆะคนที่สามทำสัญญายอมรับใช้ทรัพย์แทนผู้รับฝากนั้นไม่ต้องปิดแสตมป์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.81 กฎหมายลักษณะอาญา ม.314 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.411 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.665 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลรัษฎากร ม.104

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า เด็กชายช้อยขะโมยทองรูปพรรณของบิดามารดาไปแล้วฝากนายสง่าบุตรและน้องนางนาก นางเสียงไว้ รุ่งขึ้นไปทวงนายสง่าบอกว่า มารดาบอกว่าหีบที่เก็บทองหาย ในวันนั้นกำนันเรียกตัวจำเลยทั้งสองมาสอบสวน แล้วจำเลยทั้งสองทำหนังสือสัญญา จำเลยขอรับรองใช้ทองแทนน้ำหนัก ๓ บาท เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วลงชื่อจำเลยทั้งสอง ต่อมานายสง่าถูกฟ้องและศาลลงโทษฐานยักยอกและให้ใช้ทรัพย์ แต่ยังไม่ได้ใช้ทรัพย์ โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นเห็นว่าหนังสือที่กล่าวนั้นเป็นตราสารหมายเลข ๙(๒) ในบัญชีประมวลรัษฎากร แต่มิได้ปิดอากรแสตมป์ จึงรับฟังไม่ได้ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามหนังสือสัญญานั้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉันว่า ที่จำเลยว่าโจทก์ฟ้องและถอนฟ้องไปแล้วมาฟ้องใหม่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นการฟ้องใหม่ได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.๑๗๖ ไม่ใช่ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตข้อที่ว่าสัญญานั้นมีวัตถุประสงค์เพิกถอนคดีอาญา เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อการกระทำของนายสง่าเป็นผิดฐานยักยอกตาม ม. ๓๑๔ ซึ่งเป็นความผิดส่วนตัวก็ทำสัญญายอมความกันได้โดยชอบด้วยกฎหมายตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๘๑ การที่นายสง่าถูกลงโทษในคดีอาญา ไม่ทำให้หนี้ตามสัญญาระงับไป และการที่ ด.ช.ช้อยเอาทรัพย์ไปฝากนายสง่าโดยไม่สุจริต ไม่มีเหตุอะไรจะทำให้เจ้าของเรียกทรัพย์คืนไม่ได้ และเห็นว่าตราสารนี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรตามข้อ ๙(๒) และสัญญานี้ไม่เข้าลักษณะค้ำประกันเพราะไม่ใช่ผูกพันเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2490 นายเชื้อ นางชม แก้วไทย บิดามารดาในส่วนตัวและผู้ปกครองเด็กชายช้อย แก้วไทย โจทก์ นางนาค ท้วมดี ที่ 1 นางเสียง กระจ่างทุ่ม ที่2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความบิดามารดาในส่วนตัวและผู้ปกครองเด็กชายช้อย - นายเชื้อ นางชม แก้วไทย · โจทก์ - แก้วไทย · จำเลย - นางนาค ท้วมดี ที่ 1 นางเสียง กระจ่างทุ่ม ที่2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ประมูล สุวรรณศร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายป่วน พุ่มเล็ก · ศาลอุทธรณ์ - พระมนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3245/2534ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 548/2522ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1795/2493ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา