คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2490
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่าสมคบกันทำผิดร่วมกัน ทางพิจารณาได้ความว่าผิดฐานสมรู้ แม้มิได้อ้างมาตรา 65 ศาลก็ลงโทษฐานสมรู้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม ม. ๑๓๗, ๑๓๘, ๒๓๐ จำเลยที่ ๒ ตาม ม. ๒๓๐, ๖๕
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม ม.๒๓๐ จำเลยที่ ๒ คงลงโทษตาม ม.๒๓๐, ๖๕
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาตัดสินว่า ฎีกาของจำเลยที่ ๑ คัดค้านในข้อเท็จจริง จึงต้องห้าม สำหรับจำเลยที่ ๒ โจทก์หาว่าเป็นตัวการสมคบกันทำผิดร่วมกัน เมื่อทางพิจารณาศาลฟังว่า เป็นการกระทำผิดเพียงสมรู้ ศาลย่อมลงโทษได้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2490
พนักงานอัยยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์
นายดารา ไชยวันน์, นายมานิต ถ้ำหิน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายดารา ไชยวันน์, นายมานิต ถ้ำหิน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายโชติ นิทยุ · ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา