คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2490
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถูกจับกุมคุมขังโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ถือว่าเป็นการคุมขังในคดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงพนักงานสอบสวน.
ย่อคำพิพากษา
เมื่อจำเลยถูกจับกุมคุมขังในกรณีที่ถูกกล่าวหา โดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจแล้ว ก็ได้ชื่อว่า ต้องคุมขังมาในคดีตามความหมายใน ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 32 แล้ว ไม่จำต้องรอให้ถึงมือพนักงานสอบสวนเสียก่อน จึงจะถือว่าถูกคุมขัง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้เป็นสาขาคดีเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๓ เดือน ออกหมายจำคุกจำเลยโดยหักวันต้องขังตามที่ปรากฎในฟ้อง มีกำหนด ๑๕ วัน จำเลยแถลงว่า ความจรงจำเลยถูกควบคุมมาแล้ว ๑๖ วัน ปรากฎจากสำนวนสอบสวนว่า เป็นความจริงดังที่จำเลยแถลง แต่โจทก์เห็นว่า ที่จำเลยถูกผู้ใหญ่บ้านควบคุมนำตัวมาส่งกำนัน ๆ ส่งอำเภอ เป็นเวลา ๒ วันนั้น ไม่นับว่าจำเลยถูกคุมขัง จะนับต่อเมื่อจำเลยอยู่ในความควบคุมของพนักงานสอบสวน.
ศาลชั้นต้นสั่งให้หักวันต้องขังให้จำเลย ๑๖ วัน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยถูกจับกุมคุมขังในกรณีที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ โดยเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจแล้ว ก็ได้ชื่อว่าต้องคุมขับในคดีตามความหมายใน ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๓๒ แล้ว ไม่จำต้องรอให้ถึงมือพนักงานสอบสวนเสียก่อน จึงจะถือว่าถูกคุมขัง จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2490
พนักงานอัยยการประจำศาลจังหวัดยะโสธร โจทก์
นายชุลี หรือลี บุญคำ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการประจำศาลจังหวัดยะโสธร · จำเลย - นายชุลี หรือลี บุญคำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปรีชา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเกียรติ์ ศัลย์พงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระมนูกิจวิมลอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา