⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 26/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2491

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ซื้อเป็นผู้รับจำนอง ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ และผู้ซื้อต้องปลดจำนองให้ผู้ขายก่อน จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

จำนองที่ดินไว้แก่เขา ภายหลังตกลงขายที่ดินนั้นแก่ผู้รับจำนองครึ่งหนึ่ง โดยตกลงกันให้หักหนี้ที่จำนองเป็นการชำระหนี้สินสิ้นเชิง ถ้าการตกลงนั้นมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้รับจำนองไม่มีอำนาจฟ้องผู้จำนองให้โอนที่ดินครึ่งที่ขายให้ตนได้ และจะถือว่าเงินที่รับจำนองเท่าราคาซื้อขายจึงเป็นการชำระเงินแล้วก็ไม่ได้ เพราะผู้รับจำนองยังมิได้ปลดการจำนองให้ผู้จำนอง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.744

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนายเทียบน้องโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิที่ดินโฉนดที่ ๕๔๐๐ โจทก์และนายเทียบได้จำนองที่ดินดังกล่าวไว้ แก่จำเลยเป็นเงิน ๑๑๐๐ บาท ต่อมานายเทียบโอนกรรมสิทธิที่ดินส่วนของนายเทียบให้โจทก์ ๆ ขอไถ่จากจำเลย ๆ ไม่ยอม จึงขอให้บังคับจำเลยรับไถ่ถอน จำเลยให้การเป็นฟ้องแย้งว่า เมื่อโจทก์รับโอนกรรมสิทธิจากนายเทียบแล้ว โจทก์ได้ตกลงขายที่ดินนั้นให้จำเลยครึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๑๑๐๐ บาท โดยตกลงกันให้หักหนี้ที่จำนองเป็นการชำระหนี้สิ้นเชิง แล้วโจทก์ได้มายื่นคำขอต่อพนักงานที่ดินขอแบ่งแยกที่ดินโฉนด ๕๔๐๐ ออกครึ่งหนึ่งเพื่อขายให้จำเลย ภายหลังโจทก์กลับขอถอนการแบ่งแยกเสีย จำเลยจึงขอให้ศาลบังคับโจทก์ให้จัดการโอนกรรมสิทธิที่ดินโฉนด ๕๔๐๐ ให้จำเลยครึ่งหนึ่ง โจทก์ให้การแก้ฟ้องว่า ได้ตกลงขายที่ดินให้จำเลย และขอให้เจ้าพนักงานไปรังวัดเพื่อแบ่งแยกจริง แต่ตกลงกับจำเลยด้วยปากเปล่า หาได้ทำหนังสือเป็นหลักฐานจำเลยจึงไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.พ.พ.มาตรา ๔๕๖ ทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจสืบพะยาน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์โอนที่นาโฉนดที่ ๕๔๐๐ ให้จำเลยครึ่งหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยรับไถ่ถอนจำนอง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าคำขอแบ่งแยกที่ดินของโจทก์ มีข้อความชัดเจนว่า ขอแบ่งแยกเพื่อขายให้แก่จำเลยแล้ว ก็ย่อมเป็นหลักฐานตามความหมายแห่งมาตรา ๔๕๖ แต่ในเรื่องนี้จำเลยมิได้อ้างคำขอนั้นมา จึงไม่สามารถทราบได้ว่า คำขอนั้นมีข้อความว่ากระไร เพราะอาจจะขอแบ่งแยกเฉย ๆ หรือเพื่อขาย แต่มิได้ระบุชื่อจำเลยไว้ก็ได้ ตามคำแถลงรับของจำเลยก็มีเพียงว่า " โจทก์ได้ขอให้เจ้าพนักงานไปทำการแบ่งแยกที่ดินจริง หาได้รับว่าในคำขอนั้นได้ระบุไว้ว่าจะขายให้จำเลยด้วยไม่ ทั้งโจทก์ก็ได้ต่อสู้ว่าข้อตกลงซื้อขายกัน พูดด้วยปากเปล่าไม่ผูกพันโจทก์ตาม ก.ม. ดังนี้ จะฟังว่าเป็นคำรับผิดตามคำฟ้องแย้งไม่ได้ ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าจำนวนเงินที่รับจำนองเท่ากับราคาซื้อขาย ควรถือว่าได้ชำระเงินแล้วนั้น ก็เห็นว่า แม้จำนวนเงินจะเท่ากัน แต่จำเลยยังมิได้ปลดการจำนองให้แก่โจทก์จะถือว่าได้ชำระเงินจำนวนนั้นให้แก่โจทก์แล้วไม่ได้ จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2491 นายแหยม เนียมนวล โจทก์ นางยู้ แซ่เตียว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแหยม เนียมนวล · จำเลย - นางยู้ แซ่เตียว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · นาถปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายบุศย์ ขันทวิทย์ · ศาลอุทธรณ์ - ++++++
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 1536/2500ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1280/2492ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1578/2493ฎีกา 6549/2542ฎีกา 144/2549ฎีกา 6848/2540ฎีกา 3145/2545ฎีกา 5423/2553ฎีกา 1037/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา