คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น เป็นโมฆะ แม้ผู้ซื้อจะครอบครองทรัพย์สินนั้นแล้วก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ซื้อขายที่สวนกันด้วยปากเปล่า ผู้ซื้อซื้อแล้วก็เข้าครอบครองถึง 6 ปี แม้ที่สวนนั้นจะไม่มีหนังสือสำคัญ ผู้ซื้อก็ยังไม่ได้กรรมสิทธิ เพราะครอบครองยังไม่ครบ 10 ปี ตามมาตรา 1382 ผู้ขายฟ้องเรียกคืนได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ โจทก์ถูกทางราชการจำกัดเขตต์เพราะเป็นคนต่างด้าว จึงเอาเงินของจำเลยไป ๒๐ บาท แล้วมอบที่สวนพิพาทให้จำเลยครอบครอง โดยตกลงกันปากเปล่าว่า ถ้าโจทก์มีโอกาศกลับมาอยู่ในเขตต์จังหวัดปราจิณบุรีอีกเมื่อใด จำเลยยอมคืนสวนให้ เมื่อโจทก์ยอมชำระเงิน ๒๐ บาทให้ ต่อมา พ.ศ. ๒๔๘๘ โจทก์นำเงิน ๒๐ บาทไปคืนจำเลย ๆ ไม่ยอมคืนสวน จึงขอให้ศาลว่าสวนพิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ และให้จำเลยรับเงิน ๒๐ บาท
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ เห็นว่า เป็นการซื้อขายขาดจึงเป็นโมฆะ ใช้ไม่ได้ พิพากษากลับให้จำเลยรับเงิน ๒๐ บาทและคืนสวนให้โจทก์
จำเลยฎีกาคัดค้านในข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อปรากฏว่าที่สวนรายนี้เป็นที่ดินซึ่งทำประโยชน์ โจทก์ได้ครอบครองหวงแหนถืออำนาจเป็นเจ้าของกรรมสิทธิมาแล้ว มาขายให้จำเลยโดยมิได้ทำหนังสือสัญญาต่อเจ้าพนักงาน จำเลยครอบครองมาเพียง ๖ ปี ยังหาครบ ๑๐ ปี ตามมาตรา ๑๓๘๒ ไม่โจทก์ยังไม่ขาดกรรมสิทธิ จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2491
นายปั๊กเซ้ง แซ่โต้ง โจทก์
นายไล้ นางเที่ยง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายปั๊กเซ้ง แซ่โต้ง · จำเลย - นายไล้ นางเที่ยง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปรีชา · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายบรรจง เสาวภรรณ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลย์กรมนราทร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา