คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 505/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลภายนอกที่ถูกกระทบสิทธิจากการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล สามารถยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิของตนได้ แม้จะมีการคัดค้านจากคู่ความ และศาลมีอำนาจสั่งยกคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ได้.
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามาเพื่อขอให้ได้รับความคุ้มครองสิทธิในการรับมฤดกของผู้ร้อง ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 57 (1) ซึ่งบัญญัติให้บุคคลที่ 3 ได้รับความคุ้มครองสิทธิของตนที่มีอยู่โดยทันที ไม่จำต้องฟ้องคดีหลายเรื่อง และไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากคู่ความ เช่น อนุมาตรา 2 แม้คู่ความจะคัดค้าน ศาลก็สั่งอนุญาตได้.
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยในฐานะส่วนตัว และในฐานผู้จัดการมฤดก และผู้รับมฤดกของภริยาผู้วายชนม์ ผู้ร้องสอด ผู้เป็นมารดาผู้ตาย ผู้ร้องสอดว่า โจทก์จำเลยสมยอมสร้างหนี้สินขึ้นโดยไม่เป็นความจริง ทำให้ผู้ร้องสอดเสียหาย เนื่องจากผู้ร้องสอดกำลังฟ้อง จำเลยเรียกทรัพย์มฤดกรายนี้อยู่ ศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้องสอดเสีย แล้วดำเนินคดีไปพิพากษาให้จำเลยในส่วนตัว และในฐานผู้จัดการและรับมฤดกนางเลี๊ยบ ใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ตามฟ้องดังนี้ เมื่อผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นขึ้นมา ศาลสูงก็มีอำนาจยกคำสั่งและคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ ตามรูปความได้ตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา 243 (1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยในฐานะส่วนตัว และผู้จัดการมฤดก รับมฤดกนางเลี๊ยบภรรยาซึ่งวายชนม์แล้ว
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา ๕๗(๑) โดยอ้างว่าผู้ร้องได้เป็นโจทก์ฟ้อง เรียกมฤดกนางเลี๊ยบบุตรผู้ร้องจากจำเลย และว่าโจทก์จำเลยสมยอมสร้างหนี้สินขึ้น
โจทก์คัดค้าน ศาลจังหวัดนนทบุรี อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นจำเลยต่อสู้คดีโจทก์ได้ ครั้นคู่ความมาศาลพร้อมกัน จำเลยคัดค้านไม่ยอมให้ผู้ร้องเป็นจำเลยร่วม ศาลจังหวัดนนทบุรีเห็นว่าจะดำเนินการพิจารณาไปตามที่สั่งไว้เดิม ทำให้ยุ่งยากในการวินิจฉัยคดี จึงสั่งยกคำร้องผู้ร้องเสีย ถ้ายังติดใจก็ให้ฟ้องเป็นคดีใหม่เข้ามา ส่วนคดีระหว่างโจทก์จำเลยนั้น ศาลจังหวัดนนทบุรีได้พิพากษาให้จำเลยในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้จัดการ และรับมฤดกใช้ต้นเงิน และดอกเบี้ยตามฟ้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามา เพื่อขอให้ได้รับความคุ้มครองสิทธิในการรับมฤดกของผู้ร้องตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา ๕๗ (๑) ซึ่งบัญญัติไว้เพื่อให้บุคคลที่ ๓ ได้รับความคุ้มครองสิทธิของตนที่มีอยู่ทันที ไม่จำต้องฟ้องคดีหลายเรื่อง และไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากคู่ความเช่นอนุมาตรา ๒ ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาดำเนินคดีนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นชอบด้วย
จึ่งพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกคำสั่งและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเสีย ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 505/2491
นางหวาน ช่างประดิษฐ์ โจทก์
นางกล่ำ แดงเฟื่อง ผู้ร้องสอด
นายย้อย บางบ่อ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางหวาน ช่างประดิษฐ์ · ผู้ร้องสอด - นางกล่ำ แดงเฟื่อง · จำเลย - นายย้อย บางบ่อ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเชื้อ คงคากุล · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา