⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 969/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 969/2491

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบได้แตกต่างไปจากที่ฟ้องไว้ ศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่นำสืบไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ในคดียักยอก โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2489 และต่อ ๆ มา จนถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2489 แต่โจทก์นำสืบว่าจำเลยทำผิดก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2489 ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่โจทก์สืบได้ย่อมต่างกับฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.314 กฎหมายลักษณะอาญา ม.319 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้เข้าหุ้นส่วนกันค้าฝิ่นโดยได้รับอนุญาตให้ตั้งร้านจำหน่ายฝิ่น โจทก์ ๒ คนลงเงิน จำเลยลงแรงเป็นหุ้น จำเลยมีหน้าที่เป็นผู้จัดการซื้อและจำหน่ายฝิ่น รับมอบรักษาเงินและทรัพย์สินของหุ้นส่วน จำเลยได้รับมอบเงิน ๑๕๐๐๐ บาทไว้เพื่อดำเนินการ ต่อมาดูท่าทีจำเลยจัดการไม่เรียบร้อย ได้มีการตรวจสอบบัญชี ผลของการตรวจสอบถึงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๔๘๙ ทำให้โจทก์รู้สึกว่าจำเลยเจตนาทุจริตยักยอกเอาเงิน ๑๕๐๐๐ บาท และกำไรของหุ้นส่วนไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียเริ่มตั้งแต่วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๔๘๙ ต่อ ๆ มาจนถึงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๔๘๙ ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๑๕, ๓๑๙(๓) ก.ม.ลักษณะอาญา ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่เป็นฟ้องเพราะไม่ยืนยันชัดแจ้งว่า จำเลยกระทำผิดวันใด แม้จะฟังว่าฟ้องใช้ได้ ข้อเท็จจริงที่โจทก์สืบได้ว่าทรัพย์สินของหุ้นส่วนขาดบัญชีไปก่อน๓๐ มิถุนายน ๒๔๘๙ จึงต่างกับฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ ส่วนที่ฟ้องว่าจำเลยทำผิดระหว่าง ๓๐ มิถุนายน ถึง ๒๕ สิงหาคม ๒๔๘๙ โดยโจทก์ตรวจสอบบัญชีตั้งแต่มกราคม ถึง มิถุนายน ๒๔๘๙ วันที่จำเลยกระทำผิดไม่ต่างกับฟ้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้ว พิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นชี้ขาดข้อเท็จจริงแล้วว่า โจทก์นำสืบว่าทรัพย์สินของหุ้นส่วน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยได้สูญหายขาดบัญชีไปก่อนวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๔๘๙ และศาลอุทธรณ์ชี้ขาดว่า โจทก์ตรวจสอบบัญชีตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน ๒๔๘๙ จึงอยู่ในเขตต์วันที่จำเลยทำผิด ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำผิดตั้งแต่วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๔๘๙ ถึงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๔๘๙ โจทก์ไม่ได้กล่าวหรือบรรยายในฟ้องว่า จำเลยทำผิดก่อนวันดังกล่าวนั้น ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาว่า ผิดถูกประการใด พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริง แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 969/2491 นายยิ้ม พาณิชย์การ ที่ 1, นายสุโข สงศ์เธียรทอง ที่ 2 โจทก์ นายวินัย โสมบุตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยิ้ม พาณิชย์การ ที่ 1, นายสุโข สงศ์เธียรทอง ที่ 2 · จำเลย - นายวินัย โสมบุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายประภาษ วณิกเกียรติ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิเทศจรรยารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา