คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแก้ฟ้องตามมาตรา 163 ป.วิ.อาญา ต้องแสดงเหตุอันควรที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่ามีเหตุจำเป็นต้องแก้ฟ้องนั้น.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยกล่าวแต่เพียงว่า ฟ้องของโจทก์ "ยังคลาดเคลื่อนอยู่" ดังนี้ นับว่าโจทก์ไม่ได้แสดงว่า "มีเหตุอันควร" ที่จะขอแก้ฟ้องได้ตามมาตรา 163 ป.ม.วิ.อาญา
(อ้างฎีกาที่ 70/2490)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมกับกันเล่นการพะนันแปดเก้าพะนันเอาทรัพย์สินกัน จำเลยปฏิเสธ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า ตามฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยเล่นการพะนันรายนี้ในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๔๙๑ เวลากลางวันนั้น ยังคลาดเคลื่อนอยู่ โจทก์จึงขอแก้เป็นวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๔๙๑ เวลากลางคืน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคำร้องของโจทก์ไม่แสดงเหตุอันสมควร ไม่อนุญาตให้แก้ แล้วสั่งงดสืบพะยาน พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.
โจทก์ฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๖๓ ให้โจทก์มีอำนาจยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้แต่ "เมื่อมีเหตุอันควร" และถ้าศาลเห็นสมควรจะอนุญาตก็ได้ คดีเรื่องนี้ตามคำร้องโจทก์กล่าวแต่เพียงว่า ฟ้องของโจทก์ "ยังคลาดเคลื่อนอยู่" ซึ่งเป็นคำกล่าวถึงเหตุที่โจทก์ขอแก้ฟ้องเท่านั้น โจทก์ไม่ได้แสดงเลยว่า "มีเหตุอันควร" อย่างไรที่โจทก์จะขอแก้ฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2492
อัยยการหนองคาย โจทก์
นางไอ่ ณ หนองคาย ที่ 1, นายเอา แซ่เหวียน ที่ 2, นายบุ้ง ไวจอหอ ที่ 3, นาย
เส็ง ณ หนองคาย ที่ 4 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการหนองคาย · นาย - นางไอ่ ณ หนองคาย ที่ 1, นายเอา แซ่เหวียน ที่ 2, นายบุ้ง ไวจอหอ ที่ 3, · ล. - เส็ง ณ หนองคาย ที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูกิจวิมลอรรถ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดหนองคาย - นายอิสสระ สมบูรณ์สุข · ศาลอุทธรณ์ - นายชวน สิงหลกะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา