คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2492
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานรับสินบลตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 138 นั้น ผู้ให้สินบลไม่มีสิทธิจะฟ้องขอให้ลงโทษผู้รับสินบลในฐานะเป็นผู้เสียหายได้.
(อ้างฎีกาที่ 968/2479)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้าน แกล้งจับโจทก์หาว่าลักทรัพย์ แล้วบังคับเรียกเอาเงินไปจากโจทก์ ขอให้ลงโทษจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๓๘ จำคุก ๑ ปี ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ให้เงินจำเลยโดยถูกบังคับ หาใช่ให้สินบลด้วยใจสมัครไม่ โจทก์จึงเป็นผู้เสียหาย มีสิทธิฟ้องได้.
คดีศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๘ ซึ่งเป็นเรื่องให้และรับเงินสินบลแก่กัน หาใช่เป็นเรื่องบังคับเอาเงิน ซึ่งเป็น+ผิดตามมาตรา ๑๓๖ ซึ่งโจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้านจึงต้องฟังเป็นยุตติ โจทก์จะมาโต้เถียงในชั้นฎีกาไม่ได้เมื่อกรณีย์เป็นความผิดตามมาตรา ๑๓๘ แล้ว ผู้ให้สินบลไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะฟ้องผู้รับสินบลในฐานะผู้เสียหายได้.
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2492
นายชุน สงสระน้อย, นายทิม จรสระน้อย, นายเทียน สินสระน้อย โจทก์
นายล้วน ผู้ใหญ่บ้าน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชุน สงสระน้อย, นายทิม จรสระน้อย, นายเทียน สินสระน้อย · จำเลย - นายล้วน ผู้ใหญ่บ้าน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชาวินิจฉัย · จำรูญเนติศาสตร์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายหรุ่น แขวงโสภา · ศาลอุทธรณ์ - พระประสาสน์วินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา