คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159-1160/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยตามที่อ้าง ฟ้องของโจทก์ย่อมไม่มีมูล.
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์เข้าไปซ่อมแซมห้อง โดยอ้างว่ามีสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องคือจำเลย จึงเรียกร้องให้จำเลยชดใช้ค่าซ่อมแซมที่ได้จ่ายไปนั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์มิได้มีสัญญากับจำเลยดังข้ออ้างที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งการเรียกร้อง ฟ้องของโจทก์ข้อนี้ย่อมตกไป.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดี 2 สำนวนพิพาทกันในเรื่องห้องเช่ารายเดียวกัน ซึ่งคู่ความต่างกลับกันเป็นโจทก์และจำเลย ศาลชั้นต้นจึงพิจารณาร่วมกันมา ได้ความว่า ตึกรายพิพาทเป็นของนางสาวสวลี ได้ให้นายอาณาเช่า ไปตั้งร้านจินดาพาณิชย์ ชั้นแรกนายอาณาเป็นหุ้นส่วนกับนายจินดา ต่อมาตกเป็นของนายจินดาแต่ผู้เดียว เมื่อ พ.ศ.2487 ตึกรายนี้ถูกระทบกระเทือนจากลูกระเบิด นายจินดากับนายอาณามิได้อยู่ในห้องรายนี้ มีแต่คนเฝ้าอยู่ นายไพฑูรย์ได้ขอเข้าอยู่แทน นายจินดาไม่ขัดข้อง ทั้งนี้นายอาณาหรือนายจินดามิได้พานายไพฑูรย์ไปติดต่อกับเจ้าของตึกเลย นายไพฑูรย์ได้ชำระเงินค่าเช่า และเงินกินเปล่าแก่ผู้แทนนางสาวสวลีไป เมื่อแรกเข้าอยู่ในห้องพิพาท นายไพฑูรย์ได้ทำการซ่อมแซมเป็นลักษณะแก้ไขปรับปรุงสิ่งชำรุดที่ถูกกระทบกระเทือนด้วยแรงระเบิด โดยมีพะยานเบิกความว่า คิดค่าจ้าง 2,200 บาท
สำนวนแรกนายไพฑูรย์ฟ้องนางสาวสวลีเป็นจำเลย ขอให้บังคับจำเลยไปทำสัญญาเช่า ถ้าบังคับไม่ได้ ให้ใช้ค่าซ่อมแซม และคืนเงินกินเปล่า นางสาวสวลีปฏิเสธว่าไม่ได้ให้โจทก์เช่าตึก
ในสำนวนหลัง นางสาวสวลีเป็นโจทก์ฟ้องนายไพฑูรย์ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย โดยอ้างว่า นายไพฑูรย์เข้าอยู่ในตึกรายพิพาทโดยไม่มีสิทธิ ซึ่งต่อไปนี้จะได้เรียกนายไพฑูรย์เป็นโจทก์ นางสาวสวลีเป็นจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าซ่อมแซม 300 บาท และคืนเงินกินเปล่า 1,000 บาทให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์แก้ให้จำเลยใช้ค่าซ่อมให้แก่โจทก์อีก 1,700 บาท และให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลย เดือนละ 60 บาท นอกนั้นยืน
โจทก์, จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างฟังว่า โจทก์เข้าอยู่ในตึกรายพิพาทโดยไม่มีความผูกพันอันใดเกิดขึ้นในระหว่างโจทก์กับจำเลยชอบแล้ว ส่วนข้อที่จำเลยว่า ศาลไม่ควรบังคับให้จำเลยใช้ค่าซ่อมแซมให้ เพราะโจทก์ได้ทำการซ่อมแซมโดยพละการตนเอง ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า การที่โจทก์เข้าไปซ่อมแซมห้อง โดยอ้างว่า มีสัญญาเช่ากับจำเลย โจทก์จึงเรียกร้องให้จำเลยชดใช้ค่าซ่อมแซมที่ได้จ่ายไปนั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์มิได้มีสัญญาเช่ากับจำเลย ดังข้ออ้างที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งการเรียกร้อง ฟ้องของโจทก์ในข้อนี้ ย่อมตกไป
พิพากษาแก้ ให้ยกข้อที่ขอให้ใช้ค่าซ่อมแซมเสีย นอกนั้นยืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159 - 1160/2492
นายไพฑูรย์ ไสละสุต โจทก์
น.ส.สวลี เลาหะจินดา จำเลย
น.ส.สวลี เลาหะจินดา โจทก์
นายไพฑูรย์ ไสละสุต จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไพฑูรย์ ไสละสุต · จำเลย - น.ส.สวลี เลาหะจินดา · โจทก์ - น.ส.สวลี เลาหะจินดา · จำเลย - นายไพฑูรย์ ไสละสุต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปรีชาวินิจฉัย · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสนา เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา