คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1365/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อผู้ตายเป็นฝ่ายเริ่มทำร้ายก่อนและมีเจตนาจะทำร้ายต่อไปอีก จำเลยจึงกระทำไปเพื่อปัดป้องภยันตรายนั้น
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายไปทวงเงินจำเลย ๆ ว่ายังไม่มี ผู้ตายก็ลงเรือนไปแล้ว เรียกให้จำเลยลงไปด้วย จำเลยก็ลงไปตามที่ผู้ตายเรียก และได้เกิดการทำร้ายขึ้น โดยผู้ตายได้ใช้ไม้ตีจำเลย 2 ทีก่อน จนไม้หักแล้วยังหยิบไม้อีกอันหนึ่งจะตีซ้ำเติมอีก จำเลยจึงแทงไปแต่เพียงทีเดียวผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.50 กฎหมายลักษณะอาญา ม.249
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า ผู้ตายไปทวงเงินจำเลย ๆ ว่ายังไม่มี ผู้ตายก็ลงเรือนไปแล้วเรียจำเลยให้ลงไปด้วย จำเลยก็ลงไปตามที่ผู้ตายเรียก และเกิดการทำร้าย ผู้ตายถูกทำร้ายถึงตาย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา จำเลยต่อสู้ว่า ทำโดยป้องกันตัว ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก ๗ ปีตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๑
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฎชัดว่า ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อน โดยใช้ไม้ตีจำเลย ๒ ทีจนไม้หัก แล้วยังหยิบไม้อีกอันหนึ่งจะตีซ้ำเติมอีก จำเลยจึงแทงไปแต่เพียงทีเดียว เห็นว่าการกระทำของจำเลยตามที่ปรากฎเป็นการป้องกันไม่เกินสมควรแก่เหตุ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1365/2492
อัยยการนครราชสีมา โจทก์
นายยอด โอดจังหรีด ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครราชสีมา · ล. - นายยอด โอดจังหรีด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลนครราชสีมา - หลวงนิเทสยุตติญาณ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา