⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1470/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1470/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อความในสัญญาเป็นที่สงสัย ศาลมีหน้าที่ตีความสัญญาโดยพิจารณาจากเหตุผล พฤติการณ์ และประเพณีประกอบการพิจารณา หากข้อความในสัญญาชัดเจนแล้ว ศาลจะตีความไปตามนั้น

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยให้การเถียงความหมายในการแปลสัญญาศาลจึงมีหน้าที่จะต้องชี้ขาดว่าสัญญานั้นมีความหมายว่าอย่างไร ถ้าหากสัญญามีข้อความชัดเจนเห็นความหมายได้แล้วศาลก็ย่อมตีความสัญญาไปตามนั้น หากถ้อยคำในสัญญาเป็นที่สงสัย ศาลก็อาจดำเนินการสืบพะยานถึงพฤตติการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนประเพณี เพื่อนำมาใช้ประกอบในการตีความนั้นได้ตามกรณี ดังที่ ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 94 ตอนท้ายอนุญาตไว้ มาตรา 11 ป.ม.แพ่ง ฯ ย่อมเป็นหลักในการแปลสัญญาจริง แต่มีความหมายเพียงว่าเมื่อศาลได้พิเคราะห์ถึงเหตุผลและพฤตติการณ์อันจะนำมาประกอบการแปลหมดแล้ว กรณียังมีข้อสงสัยอยู่ จึงให้ตีความไปตามหลักที่กล่าวในมาตรา 11 แต่ไม่ได้หมายความว่า ศาลจะใช้มาตรา 11 แปลสัญญาโดยไม่เหลียวแลถึงเหตุผลและพฤตติการณ์ประกอบสัญญานั้นเสียเลย เมื่อถ้อยคำในสัญญายังเป็นที่สงสัยและศาลล่างสั่งงดสืบพะยานมาศาลฎีกามีอำนาจให้ศาลล่างพิจารณาพิพากษาใหม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยโอนขายที่ดินให้โจทก์ตามสัญญา คิดเฉลี่ยตามที่โจทก์ปลูกเรือนอยู่แล้ว ๘ เมตร ราคา ๑๗๒๘ บาท จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญากับโจทก์จริง แต่สำเนาสัญญาท้ายฟ้องจะตรงกับต้นฉะบับหรือไม่ จำเลยขอสงวนไว้ปฏิเสธตอนเห็นต้นฉะบับ โจทก์จะเอาที่ดินไม่ตรงตามสัญญา ไม่ใช่ความผิดของจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งทำแผนที่วิวาทเสร็จแล้วสั่งงดสืบพะยาน พิพากษาให้จำเลยขายเพียงเนื้อที่ดินที่โจทก์ปลูกเรือนภายในเส้นสีเหลืองในแผนที่วิวาท กว้าง ๘ เมตร ๘๕ เซ็นติเมตร ยาว ๑๓ เมตร ๔๖ เซ็นติเมตร กับหน้าชานตัวเรือนใหญ่กว้าง ๑ เมตร ๑๑ เซ็นติเมตร ยาว ๓ เมตร ๖๐ เซ็นติเมตร ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องข้อ ๓ โจทก์กล่าวว่าโจทก์ได้มีหนังสืออ้อนวอนให้จำเลยโอนขายที่ดินให้ตามสัญญา คือ ทิศเหนือ ๘ เมตร ทิศตะวันออก ๖๒ เมตร ทิศตะวันตก ๖๒ เมตร โดยคิดเฉลี่ยตามราคาที่ซื้อจากนายหยัดเมตรละ ๑๖๖ บาท เนื้อที่ ๘ เมตรที่โจทก์ปลูกเรือนแล้ว คิดเป็นเงิน ๑๓๒๘ บาทเป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์อ้างว่าตามสัญญาจำเลยจะต้องขายให้เป็นเนื้อที่ ดังนั้นจำเลยให้การเถียงความหมายในการแปลสัญญา ศาลจึงมีหน้าที่ต้องชี้ขาดตามสัญญาว่ามีความหมายว่าอย่างไรถ้าหากตัวสัญญามีข้อความชัดเจน เป็นความหมายได้แล้วศาลก็ย่อมตีความสัญญาไปตามนั้น หากถ้อยคำในสัญญาเป็นที่สงสัย ศาลก็อาจดำเนินการสืบพะยานตามพฤตติการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนประเพณี เพื่อมาใช้ประกอบในการตีความนั้นได้ตามกรณี ดัง ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๙๔ วรรคท้ายอนุญาตไว้ เพราะไม่ใช่การสืบเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติม ตัดทอนเอกสารที่ห้ามไว้ในตอนต้น มาตรา ๑๑ ป.ม.แพ่ง ฯ ย่อมเป็นหลักในการแปลสัญญาจริง +ความหมายเพียงว่า เมื่อศาลได้พิเคราะห์ถึงเหตุผล และพฤตติการณ์อันจะนำมาประกอบการแปลแล้ว กรณียังมีข้อสงสัยอยู่ จึงให้ตีความไปตามหลักที่กล่าวในมาตรา + แต่ไม่ได้หมายความว่าศาลจะใช้มาตรา ๑๑ แปลสัญญาโดยไม่เหลียวแลถึงเหตุผลและพฤตติการณ์ประกอบสัญญานั้นเสียเลย ศาลฎีกาได้พิจารณาสัญญาตามสำเนา+ฟ้องแล้ว เห็นมีข้อสงสัยอยู่ ในการแปลสัญญานี้ ชอบที่ศาลจะได้ฟังพะยานหลักฐานของคู่ความเพื่อประกอบการแปล พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปตามรูปความ แล้วพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1470/2492 นายก้าน ศิริธร โจทก์. นายจิระ สาครินทร์ จำเลย.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์. - นายก้าน ศิริธร · จำเลย. - นายจิระ สาครินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · ปรีชาวินิจฉัย · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสอาด สุจริตพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยรัตนพจนาท.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 224/2530ฎีกา 1452/2511ฎีกา 220/2509ฎีกา 1561/2520ฎีกา 325/2524ฎีกา 1427/2493ฎีกา 1897/2538ฎีกา 7/2492ฎีกา 1750/2527ฎีกา 2533/2549ฎีกา 790/2497ฎีกา 6801/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 2671/2532ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3649/2525ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 389/2541ฎีกา 8816/2551ฎีกา 1002/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา