⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1741/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1741/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้โอนรู้ว่าตนไม่มีสิทธิโดยสมบูรณ์ และผู้รับโอนก็รู้หรือควรจะรู้ถึงข้อบกพร่องนั้น ถือเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ผู้ที่เสียสิทธิสามารถขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้ แม้จะมีการเสียค่าตอบแทนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้โอนซึ่งเป็นทายาท แต่มิได้ครอบครองที่ดินมฤดกเกิน 1 ปีแล้วไปขอรับมฤดกที่ดินใส่ชื่อตนคนเดียว โดยโจทก์ซึ่งเป็นทายาทผู้ครอบครองที่ดินมฤดกอยู่ไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย แล้วต่อมาได้โอนที่ดินนั้น ให้บุตรของตน ซึ่งผู้รับโอนรู้อยู่แล้วว่า เป็นที่ดินมฤดกที่โจทก์ครอบครองอยู่ ดังนี้ ถือว่าเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตแม้เสียค่าตอบแทน โจทก์ก็เพิกถอนได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า นางแพภรรยาโจทก์เป็นบุตร ผ. จำเลยที่ ๑ ผ.ได้โอนที่นาพิพาทให้นางแพเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนางแพ ต่อมานางแพตายเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๖ โจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทมาฝ่ายเดียวเกิน ๑ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ ผ.จำเลยที่ ๑ ได้โอนโฉนดรับมฤดกนางแพ โจทก์ได้ฟ้อง ผ.ขอแบ่งที่ดินรายนี้ และขออายัติที่ดินไว้ ภายหลังโจทก์ถอนฟ้องคดีเสีย จำเลยขอถอนอายัติ แล้วโอนทะเบียนขายที่ดินนั้นให้ จำเลยที่ ๒-๓ ซึ่งเป็นบุตรของตน ซึ่งจำเลยที่ ๒-๓ เคยเช่าทำนานั้นแบ่งข้าวให้โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ครอบครองจนได้กรรมสิทธิ จำเลยที่ ๒-๓ รู้ดีว่าเป็นที่ของโจทก์รับโอนโดยไม่สุจริต ให้เพิกถอนการโอน ส่วนที่บุตรโจทก์ยื่นคำร้องขอแบ่งส่วนเฉลี่ยมฤดกด้วย ศาลไม่ได้พิพากษาให้แบ่งมฤดก จึงไม่แบ่งให้ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ โดยอ้างเหตุว่าโจทก์ครอบครองมาเกิน ๑ ปี ควรมีกรรมสิทธิ แต่ยังหาได้จดทะเบียนสิทธิไม่ จะใช้ยันบุคคลภายนอกซึ่งรับโอนโดยเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิแล้วไม่ได้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ผู้เป็นสามีและทายาทนางแพได้ครอบครองมาฝ่ายเดียว จนล่วงพ้นอายุความมฤดกแล้ว จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นทายาทไม่ได้ครอบครองที่ดินรายนี้ จนล่วงเลยอายุความมฤดกแล้ว ได้ไปขอใส่ชื่อถือกรรมสิทธิแต่ผู้เดียว โจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย จำเลยที่ ๒-๓ ก็รู้อยู่ดีว่าเป็นที่ของโจทก์ การโอนขายให้จำเลยที่ ๒-๓ นั้น เห็นได้ชัดว่าจำเลยทั้งสามกระทำไปโดยไม่สุจริต โดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ เพิกถอนนิติกรรมนี้ได้ตามมาตรา ๒๓๗ พิพากษากลับ และให้โจทก์มีสิทธิจะจดทะเบียนสิทธิต่อไป. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1741/2492 นายย้อย พ่วงประเสริฐ โจทก์ นางเผือด ต่อเนื่อง ที่ 3, นายเรียบ ต่อเนื่อง ที่ 2, นายเวียน ต่อเนื่อง ที่ 3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายย้อย พ่วงประเสริฐ · ล. - นางเผือด ต่อเนื่อง ที่ 3, นายเรียบ ต่อเนื่อง ที่ 2, นายเวียน ต่อเนื่อง ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายโกวิท ถิรวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 5059/2538ฎีกา 181/2512ฎีกา 5444/2551ฎีกา 1016-1018/2477ฎีกา 2345/2540ฎีกา 180/2502ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1145/2495ฎีกา 230/2501ฎีกา 15964/2553ฎีกา 597/2513ฎีกา 7214/2538ฎีกา 635/2511ฎีกา 6239/2555ฎีกา 310/2534ฎีกา 3568/2548ฎีกา 2269/2543ฎีกา 100/2497ฎีกา 4144/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา