⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 294/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินที่สัญญาจะซื้อขายกันนั้นไม่อยู่ในกรรมสิทธิ์ของจำเลยแล้ว ศาลจะบังคับให้จำเลยโอนทรัพย์สินนั้นให้แก่โจทก์ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาจะขายที่นา ขณะที่ฟ้องคดีนาไม่ได้อยู่ในกรรมสิทธิของจำเลย โดยได้ตกไปเป็นของผู้รับซื้อฝากเสียแล้ว เมื่อจำเลยยังมิได้ไถ่ถอนกลับคืนมาก็ไม่มีทางที่จะบังคับให้จำเลย ทำการโอนขายให้โจทก์ได้ เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ ศาลพิพากษาบังคับได้ คดีผิดสัญญาจะซื้อขายที่นาอาจมีทางที่โจทก์จะเรียกร้องได้ในทางอื่น เช่น ใช้สิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายหรือใช้สิทธิเรียกร้องของจำเลยทำการไถ่ถอนการขายฝากจากผู้รับซื้อฝาก แทนที่จำเลย ดังที่บัญญัติไว้ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 233, 234 แต่โจทก์หาได้ดำเนินการดังกล่าวไม่ โจทก์ฟ้องโดยฉะเพาะเจาะจงขอให้ศาลบังคับจำเลยโอนขายที่นาให้โจทก์แต่ประการเดียว เมื่อศาลบังคับให้โดยตรงเช่นนั้นไม่ได้ต้องยกฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.233 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.234 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน ได้ทำสัญญาจะขายที่นามีโฉนดให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๓๖๐๐ บาท จำเลยได้รับเงินล่วงหน้า +๐๐ บาท แล้วสัญญาว่าจะไปโอนกรรมสิทธิใน พ.ศ. ๒๔๘๘ ในขณะทำสัญญา โฉนดที่รายนี้ จำเลยนำไปขายฝากนายวิเชียรที่กรุงเทพฯ ครบกำหนดสัญญาแล้ว โจทก์ไปขอชำระเงินที่ค้างแก่จำเลย และขอให้จำเลยไปทำสัญญาซื้อขาย จำเลยขอผัดและไม่ยอมขายตามที่ตกลง จึงขอให้บังคับจำเลยริบเงิน ๓๐๐๐ บาทและสั่งลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิต่อไป จำเลยทั้งสองให้การว่าจำเลยทั้งสองเคยทำสัญญาขายที่นาให้โจทก์และรับเงินไว้ตามฟ้อง ต่อมาจำเลยทางถามขอรับเงินจากโจทก์ โดยบอกว่าที่นาจะขาดกรรมสิทธิตกเป็นของนายวิเขียรผู้รับซื้อฝาก โจทก์ไม่ให้เงินแก่จำเลย จำเลยจึงไม่ขายนาให้โจทก์ ที่นารายนี้จำเลยขายฝากไว้กับนายวิเชียร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ ต่อมาเมื่อเวลาพ้น ๑๐ ปีแล้ว ได้ขาดเป็นกรรมสิทธิของนายวิเชียน สัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องใช้ไม่ได้ เพราะมีข้อความจะโอนขายใน พ.ศ. ๒๔๘๘ แต่ใน พ.ศ. ๒๔๘๘ ที่นาได้ขาดเป็นกรรมสิทธิของนายวิเชียรแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจบังคับได้ตามสัญญาที่นารายนี้นางลำใยจำเลยผู้เดียวได้ซื้อกรรมสิทธิไว้จากนายวิเชียรเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๔๘๘ ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากวันที่จำเลยทำสัญญาให้โจทก์ เมื่อซื้อแล้วได้ขายฝากนางเช้าไว้ตลอดมาจนบัดนี้ ก่อนสืบพะยาน โจทก์ส่งสัญญาจะซื้อขายที่ดินตามที่โจทก์กล่าวฟ้องต่อศาล จำเลยดูแล้วรับว่า ได้ทำสัญญาขายที่ดินตามสัญญาจริง จำเลยส่งโฉนดต่อศาล โจทก์แถลงรับว่า ได้มีการแก้ทะเบียนหลังโฉนดตามรายละเอียดในโฉนดที่จำเลยนำส่งต่อศาลจริง โจทก์,จำเลยไม่ติดใจสืบพะยาน ศาลชั้นต้นได้เรียกนางเช้ามาสอบถาม โจทก์,จำเลย และนางเช้ารับว่าสัญญาขายฝากระหว่างนางลำใยจำเลย กับนางเช้าไม่มีกำหนดไถ่ถอน นางเช้าได้ส่งหนังสือสัญญาขายฝากต่อศาล ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญาจะซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยย่อมชอบด้วยกฎหมาย และบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาได้ พิพากษาให้จำเลยไถ่ถอนการขายฝากจากนางเช้า มาทำการโอนขายให้แก่โจทก์ตามสัญญา ถ้าจำเลยไม่ยอมไถ่ และโอนขายตามคำพิพากษา ก็ให้โจทก์นำเงินที่จะต้องชำระในการซื้อขายไถ่ถอนการขายฝากจากนางเช้า โดยให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการบังคับจำเลยโอนที่ดินรายนี้ให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา, ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สภาพแห่งหนี้ในคดีนี้ ไม่เปิดช่องให้ศาลพิพากษาบังคับได้เช่นนั้น เพราะเวลานี้นาไม่ได้อยู่ในกรรมสิทธิของจำเลย ได้ตกไปเป็นของนางเช้าผู้รับซื้อฝากแล้ว เมื่อจำเลยยังมิได้ไถ่ถอนคืนมา ก็ไม่มีทางบังคับให้จำเลยทำการโอนขายให้โจทก์ได้ เพราะนางเช้าอาจมีข้อโต้แย้งสิทธิไถ่ถอนของจำเลยอยู่ก็ได้ เมื่อนางเช้าไม่ได้เข้ามาในคดี ศาลจะบังคับเกี่ยวถึงสิทธิของนางเช้าซึ่งเป็นคนนอกคดีด้วยไม่ได้ และเห็นว่า การทำผิดสัญญาจะซื้อขายที่นาในคดีนี้ อาจมีทางที่โจทกจะเรียกร้องได้ในทางอื่น เช่น ใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย หรือใช้สิทธิเรียกร้องของจำเลยทำการไถ่ถอนการขายฝากจากนางเช้าแทนที่จำเลย ดังบัญญัติไว้ใน ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๒๓๓,๒๓๔ แต่ โจทก์หาได้ดำเนินการดังกล่าวไม่ โจทก์ฟ้องโดยฉะเพาะเจาะจงขอให้ศาลบังคับจำเลยโอนขายที่นาให้โจทก์แต่ประการเดียว เมื่อศาลบังคับให้โดยตรงเช่นนั้นไม่ได้ ศาลต้องยกฟ้อง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2492 นางกิมลั้ง มรกต โจทก์ นายเล้ย แซ่แต้ ที่ 1, นางลำใย แซ่แต้ ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกิมลั้ง มรกต · ล. - นายเล้ย แซ่แต้ ที่ 1, นางลำใย แซ่แต้ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชาวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีณบุรี - หลวงกำจรนิติสาร · ศาลอุทธรณ์ - พระนิติธรรมประกรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 273/2501ฎีกา 1345/2532ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 6789/2541ฎีกา 3421/2538ฎีกา 810/2546ฎีกา 464/2497ฎีกา 129/2501ฎีกา 1280/2492ฎีกา 886/2515ฎีกา 1532/2509ฎีกา 181/2512ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1649/2498ฎีกา 128/2516ฎีกา 1145/2495ฎีกา 3886/2566ฎีกา 3649/2525ฎีกา 866/2487ฎีกา 1456/2539ฎีกา 4832/2536ฎีกา 5165/2531ฎีกา 8512/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา