⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 420/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินโดยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่ากำหนดเวลาไถ่ถอนตามสัญญาจำนองที่ดินมือเปล่า ถือว่าทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้ครอบครองโดยอาศัยข้อสันนิษฐานตามกฎหมายว่าเป็นการยึดถือเพื่อตน เว้นแต่ผู้จำนองจะนำสืบหักล้างได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำนองที่นามือเปล่า 1 แปลงไว้กับจำเลย โดยมีข้อสัญญาว่า ถ้าครบ 3 ปี ไม่ไถ่โจทก์ยอมยกที่นารายนี้ให้เป็นกรรมสิทธิแก่จำเลย เมื่อครบ 3 ปีแล้วโจทก์ไม่สามารถไถ่คืน จึงมอบที่ให้จำเลยครอบครองตลอดมาเป็นเวลา 15 ปี ดังนี้ แม้สัญญาจะไม่สมบูรณ์ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 711 ก็ดี ที่พิพาทอยู่ในความครอบครองของจำเลยตลอดมา 15 ปี เป็นการล่วงเลยกำหนดเวลาไถ่ถอนตามสัญญานานแล้ว กรณีมีเหตุแสดงว่าจำเลยครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของและทั้งตามบทบัญญัติแห่ง ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1369 บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินไว้ ท่านสันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นยึดถือเพื่อตนดังนี้ จึงเป็นหน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนั้น เมื่อโจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพะยาน ก็ต้องถือว่าที่พิพาทตกเป็นสิทธิแก่จำเลยแล้ว. (อ้างฎีกา 279/2490)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.711 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๔๗๒ โจทก์ได้จำนองที่นาโจทก์ไว้กับจำเลย โดยทำหนังสือและจดทะเบียนต่ออำเภอและได้ให้จำเลยทำนารายนี้ต่างดอกเบี้ยตลอดมา ครั้นเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๔๘๕ โจทก์ไปขอไถ่ จำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลบังคับและให้จำเลยออกจากที่รายนี้ จำเลยให้การว่า โจทก์ได้เอานารายที่ฟ้องมาจำนำจำเลยไว้ ๓ ปี โดยโจทก์เป็นผู้ทำนาทุกปีตามสัญญามีว่า โจทก์จะต้องไถ่นารายนี้คืนภายใน ๓ ปี ถ้าครบ ๓ ปีไม่ไถ่ โจทก์ยอมยกที่นารายนี้ให้เป็นสิทธิแก่จำเลย เมื่อครบ ๓ ปีโจทก์ไม่สามารถไถ่คืน จึงมอบที่นารายนี้ให้จำเลยเป็นกรรมสิทธิ จำเลยได้ใช้สิทธิครอบครองตลอดมาจนบัดนี้โดยสงบและเปิดเผย โจทก์ไม่มีสิทธิขอไถ่คืน และไม่เคยยินยอมให้โจทก์ไถ่คืน คู่ความรับกันว่า ที่พิพาทเป็นที่นามือเปล่า ได้ทำสัญญาที่ทำต่อกรมการอำเภอไว้จริง โจทก์อ้างว่าตามข้อสัญญาที่ว่าให้ผู้จำนำไถ่ได้ภายใน ๓ ปี หากไม่ยอม ยกให้เป็นกรรมสิทธินั้นตกเป็นโมฆะเพราะฝ่าฝืนกฎหมาย คู่ความไม่ติดใจสืบพะยาน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนนาให้โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ข้อตกลงดังกล่าวไม่สมบูรณ์ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๗๑๑ ก็ดี แต่ที่รายนี้เป็นที่มือเปล่า คดีนี้รับกันว่าที่พิพาทตกอยู่ในความครอบครองของจำเลยตลอดมา ๑๕ ปีเป็นการล่วงเลยกำหนดเวลาไถ่ถอนตามสัญญานานแล้ว กรณีมีเหตุแสดงว่า จำเลยได้ครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของและทั้งตามบทบัญญัติแห่ง ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๓๖๙ บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินไว้ ท่านให้สันนืษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นยึดถือเพื่อตน ดังนี้ คดีนี้จึงตกเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนั้น เมื่อโจทก์ จำเลยต่างไม่ติดใจสืบพะยาน ก็ต้องถือว่าที่พิพาทตกเป็นสิทธิแก่จำเลยแล้ว พิพากษากลับ ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2492 นายบด หงวนสูงเนิน โจทก์ นายดำ โสสูงเนิน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบด หงวนสูงเนิน · ล. - นายดำ โสสูงเนิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายเทพ โชตินุชิต · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพยประชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4470/2543ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 602/2490ฎีกา 546/2532ฎีกา 1816/2534ฎีกา 1077/2532ฎีกา 6663/2538ฎีกา 1348/2508ฎีกา 234/2491ฎีกา 7/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา