คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำที่เกิดจากการทะเลาะวิวาทที่ต่างฝ่ายต่างสมัครใจเข้าต่อสู้กัน แม้จะถึงแก่ความตาย หากไม่สามารถพิสูจน์เจตนาฆ่าได้ ให้ลงโทษฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
* การที่บุคคลเข้าช่วยเหลือบิดาที่กำลังทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น แม้จะทำร้ายผู้นั้น ก็ไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้ หากบิดาของตนเป็นฝ่ายเริ่มการทะเลาะวิวาทก่อน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันฆ่าคนตายโดยเจตนาแต่ทางพิจารณาได้ความว่า ผู้ตายทั้งสองคนเป็น ปรปักษ์คู่ต่อสู้กัน จำเลยเป็นพรรคพวกผู้ตายฝ่ายหนึ่ง ได้เข้าต่อสู้กับผู้ตายอีกฝ่ายหนึ่งกับพรรคพวก โดยใจสมัครเพราะมีการท้ายทายกันก่อน รูปคดีไม่แน่ว่า จำเลยมีเจตนาจะฆ่ากัน จำเลยบางคนต่างวิ่งมาช่วยในที่เกิดเหตุ จำเลยกระทำหนักมือบ้าง เบามือบ้าง ควรวางโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายไม่เจตนา
จำเลยคนหนึ่งมีไม้ตะบอง ส่วนจำเลยคนอื่นมีขวานและมีดซุย แต่บาดแผลของผู้ตายล้วนแต่บาดแผลเรียบ แพทย์ลงความเห็นว่า ถูกของแข็งมีคม ไม่มีรอยถูกแผลตี ดังนี้ฟังไม่ได้ว่าจำเลยนั้นได้ใช้ไม้ตะบองตีผู้ตายด้วย
บิดาจำเลยสมัครใจต่อสู้และทำร้ายกับผู้ตาย จำเลยเข้าช่วยบิดาทำร้ายผู้ตาย ดังนี้ จำเลยจะแก้ตัวว่าทำโดยป้องกันบิดา ไม่ได้เพราะบิดาจำเลยเป็นฝ่ายผิดเหมือนกัน./
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.50 กฎหมายลักษณะอาญา ม.249 กฎหมายลักษณะอาญา ม.251
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้ง ๔ คนสมคบกันใช้ขวาน และมีด ไม้ตะบอง ทำร้ายนายบิน นายทับถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ จำคุกคนละ ๑๕ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.
โจทก์ฎีกา,
ศาลฎีกาฟังว่า นาวแพว นาวเภา จำเลยเป็นบุตรชายนายทับ นายบินฝ่ายหนึ่ง และนายทับฝ่ายหนึ่ง แต่ละฝ่ายมีพรรคพวกเข้าร่วมมือต่อสู้ทำร้ายกันโดยใจสมัคร เพราะมีการท้าทายและต่างมีอาวุธจากบนเรือนลงไปยังพื้นดิน แล้วต่อสู้กัน ต่างฝ่ายต่างมีบาดแผล นายทับถูกบาดเจ็บที่คอเป็นบาดแผลฉกรรจ์มากถึงตายแผลเดียวเท่านั้น ก็ไม่สามารถต่อสู้ต่อไปได้ นายบินมีบาดแผลถึง ๑๐ แผน น่าเชื่อว่า พวกของนายทับคือจำเลยเป็นผู้กลุ้มรุมทำร้าย
ตามคำพยานโจทก์ นายวนจำเลยมีขวาน นายแพวมีมีดซุย นายทนมีมีดซุย นายเภามีไม้ตะบอง บาดแผลของนายบินล้วนแต่ปากแผลเรียบ แพทย์ลงความเห็นว่าถูกอาวุธของแข็งมีคม ไม่มีรอยแผลถูกตี จึงไม่น่าเชื่อว่า นายเภาจำเลยได้ใช้ไม้ตะบองตีนายบิน ส่วนนายวน นายแพว นายทน จำเลยน่าเชื่อว่าได้ใช้อาวุธทำร้ายนายบินจริง
รูปคดีไม่แน่นักว่าเจตนาจะฆ่ากัน จำเลยต่างคนต่างวิ่งมาช่วยในเวลาเกิดเหตุ อาจทำไปโดยหนักมือบ้าง เบามือบ้าง ควรวางโทษนายวน นายแพว นายทนจำเลย ฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๖๑.
นายแพวจำเลยจะแก้ตัวว่าทำเพื่อป้องกันบิดาไม่ได้ เพราะบิดาคนสมัครใจเข้าต่อสู้และทำร้ายกับนายบินซึ่งเป็นฝ่ายผิดเหมือนกัน
พิพากษาแก้ให้ลงโทษนายวน นายแพว นายทน จำเลย ตามมาตรา ๒๕๔ ก.ม. ลักษณะอาญา ให้จำคุกคนละ ๓ ปี ปล่อยนายเภาจำเลยไป
ศาลชั้นต้น -
ศาลอุทธรณ์ -
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2492
อัยยการประจวบคีรีขันธ์ โจทก์
นายเภา โถแก้ว ที่ 1, นายแพว โถแก้วที่ 2, นายยวน แพรสี ที่ 3, นายทน หมู่
น้อย ที่ 4. จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการประจวบคีรีขันธ์ · หมู่ - นายเภา โถแก้ว ที่ 1, นายแพว โถแก้วที่ 2, นายยวน แพรสี ที่ 3, นายทน · จำเลย - น้อย ที่ 4. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา