คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 683/2492
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ได้ทำพิธีแต่งงานกับบุตรีจำเลย แล้วโจทก์ไม่นำพาต่อการจดทะเบียนสมรส โจทก์จะมาฟ้องเรียกค่าสินสอดคืนไม่ได้.
(อ้างฎีกา 269/2488)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า โจทก์ได้ทำพิธีแต่งงานกับนางอารีบุตรจำเลย โดยเสียค่าสินสอด ๔๐๐๐ บาท แล้วโจทก์ไม่นำพาต่อการจดทะเบียนสมรส โจทก์ฟ้องเรียกเงินสินสอดกับเงินค่ารับไหว้คืนจากจำเลย ซึ่งเป็นบิดามารดานางอารี จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า เงินค่าสินสอดและเงินค่ารับไหว้ จำเลยได้ซื้อเครื่องเรือนและมอบให้นางอารีไปหมดแล้ว การจดทะเบียนสมรสเป็นหน้าที่ของโจทก์กับนางอารี จำเลยไม่ได้ขัดขวาง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า การจดทะเบียนสมรสเป็นหน้าที่ของทั้ง ๒ ฝ่ายจะพึงกระทำ เมื่อต่างไม่ทำหน้าที่และไม่ปรากฎว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดแล้ว โจทก์จะเกณฑ์ให้จำเลยฝ่ายเดียวเป็นฝ่ายรับผิดไมไ่ด้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 683/2492
นายหยอย สุขกุล โจทก์
นายชวน มณีรัตน์ ที่ 1, นางเง๊ มณีรัตน์ ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหยอย สุขกุล · ล. - นายชวน มณีรัตน์ ที่ 1, นางเง๊ มณีรัตน์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทปัญญา · นาถปรีชา · นาถปริญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายเรือง กาเล็ก · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยัรตนพจนาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา