คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้กู้ยินยอมมอบที่ดินที่ไม่มีโฉนดให้ผู้ให้กู้ยึดถือไว้เป็นประกันการกู้ยืมเงิน โดยมีข้อตกลงว่าเมื่อครบกำหนดแล้วจะให้ที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้กู้ ถือว่าผู้ให้กู้ได้สิทธิครอบครองในที่ดินนั้นแล้ว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า นายโทนได้กู้เงินโจทก์ไปและมอบที่นาไม่มีโฉนดให้โจทก์เป็นประกันโดยมีข้อตกลงว่า เมื่อพ้น 6 เดือนนับแต่วันทำสัญญากู้ ยอมให้ที่นาตกเป็นกรรมสิทธิของผู้ให้กู้ โจทก์ได้ครอบครองมา 6 ปีแล้ว ขอให้ขับไล่จำเลย ๆ ต่อสู้ว่านาพิพาทเป็นของจำเลยได้ให้นายโทนยืมไปให้โจทก์ทำต่างดอกเบี้ย เมื่อทางพิจารณาได้ความว่านายโทนได้นำนาไปมอบให้โจทก์โดยความยินยอมของจำเลย และจำเลยได้แถลงรับว่า ก่อนจะจำนำนา นายโทนได้ปรึกษากับจำเลยก่อนแล้วและในคำให้การจำเลยมิได้ปฏิเสธในข้อที่นายโทนไปทำสัญญากับโจทก์ ยอมให้ที่หลุดเป็นสิทธิแต่ประการใดไม่ ดังนี้ ตามพฤตติการณ์จึงส่อแสดงให้เข้าใจว่านายโทนทำไปโดยความยินยอมของจำเลย โจทก์จึงได้สิทธิครอบครองในที่รายนี้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายโทนได้กู้เงินโจทก์ไป และได้นำที่นาไม่มีโฉนดของนายโทนมอบให้โจทก์เป็นประกัน ในการกู้รายนี้ คู่สัญญาตกลงกันว่า เมื่อพ้นกำหนด ๖ เดือนนับแต่วันทำสัญญากู้แล้ว ผู้กู้ยินยอมให้ที่นาตกเป็นกรรมสิทธิผู้ให้กู้ โจทก์ได้ครอบครองที่นารายนี้ ๖ ปีเศษ จำเลยได้เข้าบุกรุกเข้าไปไถที่นา จึงขอให้ขับไล่ จำเลยให้การต่อสู้ว่า นาพิพาทเป็นของจำเลย นายโทนได้ขอยืมไปให้โจทก์ทำต่างดอกเบี้ย เพราะนายโทนกู้เงินโจทก์ เมื่อนายโทนตาย จำเลยไปขอชำระเงินตามสัญญากู้ โจทก์ไม่ยอมรับชำระหนี้ จำเลยจึงเช้าทำนาพิพาท โจทก์ไม่สืบพะยาน ศาลชั้นต้นงดสืบพะยานจำเลย และวินิจฉัยว่า จำเลยได้สละสิทธิที่รายนี้ให้โจทก์แล้วพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นสิทธิแก่โจทก์ ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า ในการที่นายโทนทำนาพิพาท ไปมอบให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ยนั้น โดยความยินยอมของจำเลยและในการนำไปมอบแก่โจทก์นั้น ได้ระบุไว้ในสัญญากู้ถึงการนำที่รายนี้ไปเป็นประกัน และระบุว่าถ้าพ้น ๖ เดือนแล้ว ให้ที่เป็นกรรมสิทธิแก่ผู้ให้กู้ จำเลยแถลงรับในรายงานพิจารณาว่า ก่อนจะจำนำนา จำเลยกับนายโทนได้ปรึกษากันก่อนแล้วจึงได้ไปจำนำนาไว้แก่โจทก์ และในคำให้การจำเลยมิได้ปฏิเสธในข้อที่นายโทนไปทำสัญญากับโจทก์ ยอมให้ที่หลุดเป็นสิทธินั้นแต่ประการใดไม่ ตามพฤตติการณ์ที่ได้ความส่อแสดงให้เข้าใจว่านายโทนทำไปโดยความยินยอมของจำเลย โจทก์จึงได้สิทธิการครอบครองในที่นารายนี้
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2492
นายหยู่ น้อยวุ่น โจทก์
นายไช่ ทองสรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหยู่ น้อยวุ่น · จำเลย - นายไช่ ทองสรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทรงนิติกรณ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยนาท - นายสุริยน สุวรรณทัต · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิเทสจรรยารักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา