⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1015/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1015/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดให้จำเลยโอนขายทรัพย์สินให้โจทก์ก่อน หากไม่สามารถโอนขายได้จึงให้คืนเงิน เป็นการชำระหนี้ทีละอย่างตามลำดับ ไม่ใช่การกระทำหลายอย่างที่ลูกหนี้จะเลือกได้ การที่จำเลยนำทรัพย์สินไปจำนองไว้ ไม่ถือเป็นกรณีที่การโอนขายทรัพย์สินเป็นอันพ้นวิสัย

ย่อคำพิพากษา

คำพิพากษาของศาลบังคับให้จำเลยโอนขายนากับเรือนให้โจทก์ ถ้าไม่สามารถโอนขายได้จึงให้คืนเงิน ดังนี้เป็นการกำหนดให้กระทำการชำระหนี้ทีละอย่างก่อนหลังตามลำดับ ไม่ใช่เป็นการกระทำหลายอย่างอันลูกหนี้จะพึงเลือกได้ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 198 การที่จำเลยเอาทรัพย์ไปจำนองสหกรณ์ไว้ไม่ทำให้การโอนขายที่ดินและเรือนเป็นอันพ้นวิสัยอันจะเป็นเหตุให้จำ เลยยกขึ้นอ้างว่า ไม่สามารถจะโอนขายที่ดินและเรือนได้ฉะนั้นโอกาศที่จำเลยจะขอคืนเงินให้โจทก์ จึงยังไม่อาจเกิดขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.232 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.273 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.198 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.218 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.496 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยโอนขายนาฟางลอยเนื้อที่ ๔๐ ไร่และเรือน ๑ หลัง ตามฟ้องให้แก่โจทก์ถ้าไม่สามารถโอนขายได้ก็ให้จำเลยคืนเงิน ๔๐๐๐๐๐ บาทแก่โจทก์และให้จำเลยเสียค่าดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมให้โจทก์ด้วย จำเลยทราบคำบังคับของศาลแล้ว ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลว่าไม่สามารถจะโอนขายที่นาและเรือนให้โจทก์ตามคำพิพากษาได้ และจะขอชำระหนี้เป็นเงินสดให้โจทก์โดยอ้างเหตุผล ๒ ประการคือ จำเลยได้ทำนาและเรือนไปค้ำประกันหนี้ไว้ในสหกรณ์บ้านหัวบุง ประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งจำเลยไม่มีที่นาทำกิน และไม่มีเรือนอยู่ ศาลชั้นต้นสั่งไม่ยอมรับเงินที่จำเลยขอวางนั้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำพิพากษาบังคับให้จำเลยเป็นการกำหนดให้กระทำการชำระหนี้ทีละอย่างก่อนหลังตามลำดับกล่าวคือ ไม่สามารถกระทำอย่างแรกแล้วจึงให้กระทำอย่างหลัง ไม่ใช่เป็นการกระทำหลายอย่างอันลูกหนี้จะพึงเลือกได้ตาม ป.ม. แพ่งฯ มาตรา ๑๙๘ การที่จำเลยเอาทรัพย์รายนี้ไปจำนองสหกรณ์ไว้ ไม่ทำให้การโอนขายที่ดินและเรือน เป็นอันพ้นวิสัยอันจะเป็นเหตุให้จำเลยยกขึ้นอ้างว่าไม่สามารถจะโอนขายที่ดินและเรือนได้ ฉะนั้นโอกาสที่จำเลยจะขอคืนเงินให้โจทก์จึงยังไม่อาจเกิดขึ้น คงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1015/2493 นายลมูล สมิต+ โจทก์ นายคำ เพ็ชรใส ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายลมูล สมิต+ · ล. - นายคำ เพ็ชรใส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · มนูภันย์วิมลสาร · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายเสวตร โรจน์เวทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวน สิงหลกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1510/2552ฎีกา 1052/2480ฎีกา 1369/2479ฎีกา 3097/2530ฎีกา 2314/2519ฎีกา 1216/2538ฎีกา 829/2483ฎีกา 7943/2549ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1090/2530ฎีกา 1345/2532ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 6789/2541ฎีกา 10866/2546ฎีกา 79/2501ฎีกา 1536/2500ฎีกา 231/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา