คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1039/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่กรณีตกลงเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ต่อกัน เช่น เปลี่ยนจากหนี้ซื้อขายเป็นหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ย ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ซื้อเชื่อครั่งของเขาไป ภายหลังตกลงทำเป็นสัญญากว่ากู้เงินของเขาไปเป็นจำนวนเงินเท่าราคาครั่งที่เชื่อไป และมีกำหนดต้องเสียดอกเบี้ยด้วย ดังนี้เป็นการแปลงหนี้ใหม่ เพราะคู่กรณีได้ทำสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ต่อกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยเป็นหนี้เงินค่าครั่งของโจทก์อยู่ ๒๔๘๘ บาท ต่อมาจำเลยได้ทำสัญญาเป็นกู้เงินจำนวนหนี้ของโจทก์ ยอมคิดดอกเบี้ยให้แล้วผิดสัญญาไม่ส่งดอกเบี้ย โจทก์จึงฟ้องขอให้ชำระเงินกู้ดอกเบี้ยและค่าเสีย
จำเลยปฏิเสธสัญญากู้
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๒๔๘๘ บาท กับดอกเบี้ยตามสัญญา ให้ใช้ค่าเสียหาย ๕๖ บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยซื้อเชื่อครั่งของโจทก์ไป เงินค่าครั่ง ๒๔๘๘ บาท จำเลยจะต้องส่งใช้แต่ภายหลังจำเลยตกลงทำสัญญาว่าได้กู้เงินของโจทก์ไปเป็นจำนวนเงินเท่าราคาครั่งที่จำเลยซื้อไป ดังนี้เป็นการแปลงหนี้จากเงินค่าซื้อเชื่อครั่งมากเป็นเงินกู้กัน และมีกำหนดต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละห้าสลึงต่อเดือนเป็นการแปลงหนี้ใหม่ เพราะโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ต่อกัน โจทก์มีสิทธินำสัญญากู้มาฟ้อง
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1039/2493
นางคำปัน แซ่หลี้ โจทก์
นางบัวเงา มรกต
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางคำปัน แซ่หลี้ · มรกต - นางบัวเงา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปริญญา · ปรีชาวินิจฉัย · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายห้วน ประชาบาล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา