คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาซื้อขายเรือนเพื่อรื้อถอนไปนั้น แม้ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็มีผลสมบูรณ์ และการให้เจ้าของเดิมเช่าอยู่เป็นเวลาจำกัดก่อนรื้อถอน ไม่ทำให้สัญญาซื้อขายนั้นเสียไป
ย่อคำพิพากษา
ซื้อขายเรือนเพื่อรื้อถอนไปนั้น เพียงทำสัญญากันเองไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ใช้ได้ หาเป็นโมฆะไม่
ซื้อเรือนเพื่อรื้อถอนไปแล้วให้เจ้าของเดิมเช่าอยู่เป็นเวลาจำกัดไม่ถึง 1 ปีก่อนรื้อถอนเรือนไปนั้น ไม่ทำให้สัญญาซื้อขายกลายสภาพเป็นอย่างอื่น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องเพิ่มเติมขอให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากเรือนเช่าของโจทก์กับเรียกค่าเช่า 225 บาทโดยกล่าวว่ามารดาโจทก์ได้ซื้อเรือนดังกล่าวจากจำเลย แล้วให้จำเลยเช่าอยู่ ต่อมามารดาโจทก์ตาย โจทก์รับมรดก
จำเลยให้การว่า เรือนเป็นของจำเลย ๆ ไม่ได้เช่าและไม่ได้ขาย
คู่ความรับกันว่า เรือนพิพาทเดิมเป็นของจำเลย ๆ ได้ขายให้มารดาโจทก์ โดยทำหนังสือซื้อขายกันเอง ตามสัญญาที่โจทก์ส่งศาลโจทก์รับมรดกจากมารดา ค่าเช่า 225 บาทที่โจทก์ฟ้องเรียกจำเลยยังไม่ได้ชำระ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากเรือนพิพาทกับให้จำเลยใช้ค่าเช่า 225 บาท
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาซื้อขายที่คู่ความรับกันนั้นเป็นการซื้อขายเรือนพิพาทเพื่อให้รื้อถอนไป หาจำเป็นต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และตกเป็นโมฆะดังฎีกาของจำเลยไม่การที่มารดาโจทก์ทำสัญญาให้จำเลยเช่าเป็นเวลาจำกัดไม่ถึง 1 ปี ก่อนรื้อถอนไป ไม่ทำให้สัญญาซื้อขายกลายสภาพเป็นอย่างอื่น
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2493
นายหยด ปานอุทัย โจทก์
นายสน กิจเฉลา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหยด ปานอุทัย · จำเลย - นายสน กิจเฉลา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทปัญญา · มนูภันย์วิมลสาร · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา