⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1311/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สิ่งใดจะเป็น "สาสตราวุธ" ตามกฎหมายหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากลักษณะของสิ่งนั้นว่าสามารถใช้เป็นเครื่องประหารอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายถึงสาหัสได้หรือไม่.

ย่อคำพิพากษา

ไฟฉายชนิดถือเดินทางจะเป็นอาวุธหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ลักษณะว่าจะเป็นเครื่องประหารตามความในมาตรา 6 ข้อ 15 แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญาหรือไม่ คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหายปรากฎว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทางเมื่อไม่ปรากฎว่าไฟฉายนั้นใหญ่และยาวเท่าใด ก็จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัสเช่นตระบอง หาได้ไม่ ไฟฉายนั้นจึงไม่ใช่สาสตราวุธ คนร้ายนั้นจึงมีความผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ ไม่ใช่ปล้นทรัพย์ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาและเพิ่งโต้แย้งในชั้นฎีกาว่าความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วยการมีสาสตราวุธ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยให้ได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่าจำเลยจะมีความผิดดั่งข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.6 กฎหมายลักษณะอาญา ม.299 กฎหมายลักษณะอาญา ม.301 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำการปล้นทรัพย์ของนางมูน นางสงัด เจ็มเพ็ชร โดยใช้กำลังกายและไฟฉายเดินทางทำร้ายพวกเจ้าทรัพย์มีบาดเจ็บและเอาทรัพย์ไปรวมราคา ๑๒๕๔ บาท จึงขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา ๓๐๑ จำคุกคนละ ๑๐ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเชื่อข้อเท็จจริงตามศาลล่าง แต่เห็นว่าไม่ปรากฎว่าคนร้ายมีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทาง ไฟฉายชนิดถือเดินทางนี้จะเป็นอาวุธหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ลักษณะของวัตถุว่าจะเป็นเครื่องประหารตามความในมาตรา ๖ ข้อ ๑๕ แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญาหรือไม่ ไฟฉายที่ผู้ร้ายใช้ในคดีนี้ไม่ปรากฎว่าใหญ่และยาวสักเท่าใด จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัส เช่นตระบองหาได้ไม่ เมื่อไม่ถือว่าไฟฉายที่ผู้ร้ายนำมาใช้นั้นเป็นสาสตรวุธแล้ว คดีก็ไม่เป็นปล้นทรัพย์เป็นผิดเพียงชิงทรัพย์ แม้จำเลยจะเพิ่งโต้แย้งคัดค้านข้อนี้ในชั้นฎีกาก็ดี แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่า จำเลยจะมีความผิดดังข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่ ถึงจะไม่มีคำโต้แย้งคัดค้านศาลก็ย่อมวินิจฉัยได้ จึงพิพากษาแก้คำพิพากาาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีความผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๙ ให้จำคุกจำเลยคนละ ๕ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2493 อัยการปราจีณบุรี โจทก์ นายเจริญ เขียนวงศ์ ที่1, นางประสิทธิ์ หรือ สิทธิ เขียนวงศ์ ที่2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการปราจีณบุรี · ล. - นายเจริญ เขียนวงศ์ ที่1, นางประสิทธิ์ หรือ สิทธิ เขียนวงศ์ ที่2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีณบุรี - นายปาลพันธ์ ปาณิกบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสัญญา ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5813/2549ฎีกา 1867/2553ฎีกา 7981/2548ฎีกา 788/2545ฎีกา 442/2491ฎีกา 6247/2545ฎีกา 756/2483ฎีกา 1870/2549ฎีกา 6830/2544ฎีกา 5246/2548ฎีกา 6178/2541ฎีกา 492/2539ฎีกา 9844/2555ฎีกา 532/2488ฎีกา 3841/2551ฎีกา 744/2483ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 709/2483ฎีกา 2530/2527ฎีกา 597/2485ฎีกา 1504/2547ฎีกา 2053/2528ฎีกา 138/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา