⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1683/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงให้โอนทรัพย์สินอื่นชำระหนี้แทนเงินโดยไม่คำนึงถึงราคา ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 656 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตกเป็นโมฆะตามมาตรา 656 วรรค 3

ย่อคำพิพากษา

สัญญากู้เงินมีใจความว่ากู้เงินไปจำนวนหนึ่ง สัญญาจะใช้คืนภายในกำหนดและมีข้อความว่าผู้กู้ได้นำนาแปลงหนึ่งมาให้ผู้กู้ยึดถือไว้เป็นปะกันโดยมีบันทึกว่า "นายรายนี้ข้าพเจ้าไม่นำต้นเงินและดอกเบี้ยมาให้ท่านตามสัญญานี้ ข้าพเจ้าขอยอมโอนที่นารายนี้ให้แก่ท่านเป็นกรรมนสิทธิ" ดังนี้ถือว่าเป็นสัญญากู้หนี้ธรรมดาไม่ใช่สัญญาจะซื้อขายที่นาฉะนั้นจึงต้องบังคับตาม ก.ม.ว่าด้วยการยืมใช้สิ้นเปลือง คือ ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 650 เมื่อตกลงกันล่วงหน้าว่าถ้าไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดยอมโอนที่นาให้เป็นกรรมสิทธิจึงเป็นการเอาทรัพย์สินอย่าง อื่นชำระหนี้แทนเงินกันทีเดียวโดยมิได้คำนึงถึงราคาเสียเลย จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 656 วรรค 2 และตกเป็นโมฆะตาม วรรค 3 ผู้ให้กู้จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขอให้บังคับผู้กู้โอนที่นาให้แก่ตนตามสัญญาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.656

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่นาให้โจทก์ตามสัญญา จำเลยต่อสู้ว่าเป็นเรื่องกู้เงินแล้วมอบนาให้ทำกินต่างดอกเบี้ย ไม่เคยตกลงขายให้โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญากู้มีใจความว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป ๔๕๐ บาท สัญญาจะใช้คืนภายในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๒ และตามสัญญากู้ข้อ ๔ จำเลยได้นำนาแปลงพิพาทมาให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันโดยมีบันทึกว่า "นายรายนี้ข้าพเจ้าไม่นำต้นเงินดอกเบี้ยมาให้ท่านตามสัญญานี้ ข้าพเจ้ายอมโอนที่นารายนี้ให้แก่ท่านเป็นกรรมสิทธิ" ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าสัญญาฉะบับที่กล่าวเป็นสัญญากู้หนี้ธรรมดาจึงต้องบังคับตามกฎหมายว่าด้วยยืมใช้สิ้น เปลืองตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๖๕๐ เรื่องนี้เป็นเรื่องกู้ยืมเงินแต่ตกลงกันล่วงหน้าว่า ถ้าไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดยอมโอนที่นาให้เป็นกรรมสิทธิเป็นการเอาทรัพย์สินอย่างอื่นชำระหนี้แทนเงินกันทีเดียว โดยมิได้คำนึงราคาที่นาเสียเลยเช่นนี้ จึงเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา ๖๕๖ วรรค ๒ ตกเป็นโมฆะตามข้อความในวรรค ๓ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้ศาลบังคับจำเลยตามข้อสัญญาดังกล่าวนั้นได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2493 นายคง ชูเชื้อ โจทก์ นางวอง คำภา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคง ชูเชื้อ · ล. - นางวอง คำภา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพ็ชรบูรณ์ - นายประสพ ปรัชญาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงชำนาญเนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 3245/2534ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 425/2520ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1578/2493ฎีกา 6549/2542ฎีกา 144/2549ฎีกา 6848/2540ฎีกา 3145/2545ฎีกา 1037/2540ฎีกา 1657/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา