⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 638/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 638/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยรับซื้อเรือที่ตกอยู่ในความครอบครองของสหประชาชาติโดยสุจริต ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในเรือลำนั้น และโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย

ย่อคำพิพากษา

เรือของโจทก์ซึ่งให้บริษัทญี่ปุ่นเช่าไป และภายหลังถูกสหประชาชาติยึดมาให้จำเลยเช่าากเรือลำเลียงให้สหประชาชาติ และเรือนั้นได้เปลี่ยนชื่อใหม่ต่อมาสหประชาชาตได้ขายเรือนั้นให้จำเลย การที่เรือมาตกอยู่ในความครอบครองครองของสหประชาชาตและจำเลยนั้น เป็นไปตามข้อตกลงที่ทำกันระหว่างรัฐบาลไทยกับสหประชาชาต ดังนี้จำเลยผู้รับซื้อย่อมได้กรรมสิทธิ์และเมื่อไม่ปรากฏว่า จำเลยได้รับซื้อไว้โดยไม่สุจริตอย่างใดแล้ว จะถือว่าละเมิดมิได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.6 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ความว่า โจทก์เป็นเจ้าของเรือ "โพยมรัตน์โจทก์ได้ให้บริษัท ม.ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นเช่า ต่อมาเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม เรือลำนี้ได้ถูกสหประชาชาตยึดในฐานะเป็นทรัพย์ของชนชาติศัตรูและให้บริษัทจำเลยเช่าไปลากเรือลำเลียงของสหประชาชาต เรือลำนี้เปลี่ยนชื่อเป็น เย.ที.๔๘ ต่อมาเมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว สหประชาชาติได้ขายเรือลำนี้แก่จำเลย ระหว่างเรือถูกวึดและตกอยู่แก่จำเลยโจทก์ได้พยายามติดต่อขอเรือคืน แต่ไม่เป็นผล โจทก์ฟ้องขอคืนเรือ ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหายอีกเป็นรายเดือน พร้อมดอกเบี้ย แต่ได้ถอนคำขอคืนเรือ จำเลยต่อสู้หลายประการ ศาลชั้นต้นเห็นว่า สหประชาชาตยึดโดยถูกต้องตามวิธีการ และมีสิทธิขายเรือลำนี้ได้ จำเลยซื้อได้โดยสุจริตย่อมได้กรรมสิทธิ์ โจทก์เรียกคืนไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่เรือลำนี้มาตกอยู่ในความครอบครองของสหประชาชาติและจำเลยนั้น เป็นไปตามข้อตกลงทีทำกันระหว่างรัฐบาลไทยกับสหประชาชาติดังเอกสารหมาย ล.๑๐ แต่คดีไม่ปรากฏว่า การที่จำเลยรับซื้อไว้เป็นการไม่สุจริตอย่างใดแล้ว จะถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายละเมิดมิได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 638/2493 นายรอด แก้วงาม โดยนายชิดชัย ปิติมานนท์ เป็นผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ บริษัทอิสต์ เอเชียติ๊ก จำกัด (โดยนายเอทเสธมิลสันเป็นผู้จัดการ) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายรอด แก้วงาม โดยนายชิดชัย ปิติมานนท์ เป็นผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - บริษัทอิสต์ เอเชียติ๊ก จำกัด (โดยนายเอทเสธมิลสันเป็นผู้จัดการ)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ม.ร.ว.พูน ศรีธวัช · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทรรณน์ปฏิภาณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2694/2535ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา