คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คดีมโนสาเร่ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง หากศาลชั้นต้นไม่รับรองให้ยื่นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ได้ เว้นแต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดกฎหมาย
* หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงกลับศาลชั้นต้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาจะยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่
ย่อคำพิพากษา
คดีมโนสาเร่ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และไม่เข้าข้อยกเว้นนั้น หากศาลชั้นต้นไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงแล้วศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องสั่งยกเมื่อเป็น อุทธรณ์ในข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น นอกจากศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดกฎหมาย
หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงกลับศาลชั้นต้นแล้วขัดต่อ ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 238 ศาลฎีกาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามรูปเรื่อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า อ.ได้เช่าห้องแถวของโจทก์ทำการค้าขายไม่มีหนังสือสัญญาเช่าต่อกัน ค่าเช่าเดือนละ ๒๖ บาท อ.ตาย จำเลยเป็นบุตรของภริยา อ.ซึ่งเกิดแต่สามีคนก่อนได้เข้าอยู่ทำการค้าต่อมาโดยไม่ขอเช่าต่อ โจทก์จะเข้าอยู่และมีหนังสือบอกเลิกการเช่ากับจำเลยให้เวลา ๓๐ วันแล้ว ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าเช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยได้ค้าในตอนหลังเป็นส่วนย่อย จำเลยอาศัยอยู่กับ ป. ภริยา อ. ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว โจทก์ฟ้องผิดตัว
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเป็นผู้เช่าจากโจทก์เพื่อการค้าขายเป็นประธาน ให้ขับไล่จำเลยและใช้ค่าเสียหาย
ศาลอุทธรณ์ว่า เมื่อ อ. ตาย จำเลยมิได้มีสัญญาเช่ากับโจทก์ใหม่ เมื่อไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ จำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในห้องของโจทก์ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา, ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาแต่ฉะเพาะในข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง นอกจากเข้าข้อยกเว้น หากเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมายตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๓๘ ศาลอุทธรณ์จะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาเว้นแต่จะปรากฎว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้นผิดต่อ กฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งรับมาเฉย ๆ ไม่ได้รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง หากศาลอุทธรณ์เห็นเช่นนั้นก็ชอบที่จะยกอุทธรณ์เสีย ถ้าหากฟังว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ก็ถูกผูกมัดที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น เพราะไม่ปรากฎเข้าข้อยกเว้นแต่ปรากฎว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงกลับศาลชั้นต้น ขัดต่อ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๓๘
ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๔๗, ๒๔๓(๑)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2493
นายสุนทร ศิริพงษ์ โจทก์
นายบุญ+ิม แซ่จู จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุนทร ศิริพงษ์ · จำเลย - นายบุญ+ิม แซ่จู |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายเจริญ ไชยคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - ม.จ.วุฒิ+เกษมสันต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา