⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 91/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คดีมโนสาเร่ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง หากศาลชั้นต้นไม่รับรองให้ยื่นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ได้ เว้นแต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดกฎหมาย * หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงกลับศาลชั้นต้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาจะยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่

ย่อคำพิพากษา

คดีมโนสาเร่ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และไม่เข้าข้อยกเว้นนั้น หากศาลชั้นต้นไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงแล้วศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องสั่งยกเมื่อเป็น อุทธรณ์ในข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น นอกจากศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดกฎหมาย หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงกลับศาลชั้นต้นแล้วขัดต่อ ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 238 ศาลฎีกาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามรูปเรื่อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.189 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.238 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า อ.ได้เช่าห้องแถวของโจทก์ทำการค้าขายไม่มีหนังสือสัญญาเช่าต่อกัน ค่าเช่าเดือนละ ๒๖ บาท อ.ตาย จำเลยเป็นบุตรของภริยา อ.ซึ่งเกิดแต่สามีคนก่อนได้เข้าอยู่ทำการค้าต่อมาโดยไม่ขอเช่าต่อ โจทก์จะเข้าอยู่และมีหนังสือบอกเลิกการเช่ากับจำเลยให้เวลา ๓๐ วันแล้ว ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าเช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยได้ค้าในตอนหลังเป็นส่วนย่อย จำเลยอาศัยอยู่กับ ป. ภริยา อ. ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว โจทก์ฟ้องผิดตัว ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเป็นผู้เช่าจากโจทก์เพื่อการค้าขายเป็นประธาน ให้ขับไล่จำเลยและใช้ค่าเสียหาย ศาลอุทธรณ์ว่า เมื่อ อ. ตาย จำเลยมิได้มีสัญญาเช่ากับโจทก์ใหม่ เมื่อไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ จำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในห้องของโจทก์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา, ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาแต่ฉะเพาะในข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง นอกจากเข้าข้อยกเว้น หากเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมายตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๓๘ ศาลอุทธรณ์จะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาเว้นแต่จะปรากฎว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้นผิดต่อ กฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งรับมาเฉย ๆ ไม่ได้รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง หากศาลอุทธรณ์เห็นเช่นนั้นก็ชอบที่จะยกอุทธรณ์เสีย ถ้าหากฟังว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ก็ถูกผูกมัดที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น เพราะไม่ปรากฎเข้าข้อยกเว้นแต่ปรากฎว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงกลับศาลชั้นต้น ขัดต่อ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๓๘ ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๔๗, ๒๔๓(๑) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2493 นายสุนทร ศิริพงษ์ โจทก์ นายบุญ+ิม แซ่จู จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุนทร ศิริพงษ์ · จำเลย - นายบุญ+ิม แซ่จู
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายเจริญ ไชยคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - ม.จ.วุฒิ+เกษมสันต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา