⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 140/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 140/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงภยันตรายอันเกิดจากภายนอกที่ร้ายแรงและใกล้จะถึง ย่อมได้รับยกเว้นโทษตามกฎหมาย การที่บุคคลวิ่งตัดหน้ารถยนต์ในระยะกระชั้นชิดจนผู้ขับขี่ไม่สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ผู้ขับขี่จึงไม่ต้องรับผิดฐานประมาท

ย่อคำพิพากษา

ขับรถยนต์รับคนโดยสารมาตามถนน เผอิญเกิดยิงกันเกี่ยวกับการจราจลจึงขับรถหนี แม้จะเร็วจนถึงขนาดผิดกฎจราจร ก็ได้รับยกเว้นโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 49 เพราะถือได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อหลบหนีภยันตรายอันร้ายแรง เมื่อเอาผิดในตอนนี้ไม่ได้ การวิ่งตัดหน้ารถยนต์ภายในระยะ 1 วา คนขับห้ามล้อรถหยุดไม่ทัน ทั้ง ๆ ที่ห้ามล้อดี วินิจฉัยว่าวิ่งตัดหน้ารถยนต์ในระยะกระชั้นชิด ใช่วิสัยที่จะป้องกันมิให้รถยนต์ทับได้ การที่รถยนต์ทับคนที่วิ่งตัดหน้ารถนั้นจึงเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่เรื่องผู้ขับรถประมาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.49 กฎหมายลักษณะอาญา ม.252

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นทหารกองประจำการ ได้บังอาจหลบหนีราชการไปจากต้นสังกัด และได้ขับรถยนต์ชนนายชุบ สาคลานนนท์ตายโดยประมาท ขอให้ลงโทษ จำเลยรับสาารภาพฐานหนีราชการทหาร แต่ปฏิเสธในฐานทำให้คนตายโดยประมาทว่า ผู้ตายวิ่งหนีกระสุนปืนที่ยิงกันในพระบรมมหาราชวังมาปะทะกับล้อรถเอง ศาลทหารกรุงเทพฯ พิพากษาว่า จำเลยผิดฐานหนีราชการทหารตามประมวลกฎหมายอาญาทหารมาตรา ๔๖ ข้อ ๔ ให้ จำคุก ๗ เดือน ลดโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๕๙ คงให้จำคุก ๖ เดือน ความผิดฐานอื่นยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลทหารกลางพิพากษายืน โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วันโจทก์หาจำเลยขับรถยนต์รับผู้โดยสารแล่นมาตามถนน เผอิญเกิดยิงกันเกี่ยวกับการจราจล จำเลยก็ขับรถหนี ประจวบกับนายชุบวิ่งหนีกระสุนปืนผ่านหน้ารถยนต์คันที่จำเลยขับมาภายในระยะ ๑ วา จำเลยห้ามล้อหยุดไม่ทัน ทั้งๆที่ห้ามล้อดี รถยนต์จึงทับนายชุบถึงแก่ความตาย ศาลนี้เห็นว่าการที่จำเลยขับรถยนต์เพื่อหลบหนีภยันตตรายอันร้ายแรงนั้น แม้จะเร็วจนถึงขนาดผิดกฎจราจรจำเลยก็ได้รับยกเว้นโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๔๙ เมื่อเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้แล้ว การที่นายชุบวิ่งตัดหน้ารถยนต์ของจำเลยในระยะกระชั้นชิดเช่นนี้ ก็ใช่วิสัยที่จะป้องกันมิให้รถยนต์ทับนายชุบได้ การที่รถยนต์ทับนายชุบจึงเป็นเหตุสุดวิสัย มิใช่เรื่องประมาท ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 140/2494 อัยยการศาลทหารกรุงเทพฯ โจทก์ พลทหารอรุณ พงษ์มิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการศาลทหารกรุงเทพฯ · จำเลย - พลทหารอรุณ พงษ์มิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทหารกรุงเทพ · ศาลทหารกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 362/2488ฎีกา 948/2487ฎีกา 511/2485ฎีกา 846/2487ฎีกา 1661/2499ฎีกา 777/2505ฎีกา 500/2498ฎีกา 497/2486ฎีกา 931/2494ฎีกา 1458/2497ฎีกา 361/2497ฎีกา 1803/2494ฎีกา 1132/2492ฎีกา 1780/2497ฎีกา 695/2487ฎีกา 747/2489ฎีกา 773/2491ฎีกา 990/2485ฎีกา 307/2489ฎีกา 1846/2493ฎีกา 1509/2493ฎีกา 338/2473ฎีกา 127/2503ฎีกา 1988/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา