⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1469/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1469/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้กำลังทำร้ายเพื่อหน่วงเหนี่ยวการติดตามของเจ้าทรัพย์ ถือเป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตเพื่อเอาทรัพย์ไปโดยทุจริต และเป็นการใช้กำลังทำร้ายอย่างหนึ่ง จึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เป็นคนเดินแซกเข้าไปลักปากกาจากกระเป๋าเสื้อเจ้าทรัพย์พาหนีไป จำเลยที่ 2 เดินเข้ามาชนกระแทกไหล่เจ้าทรัพย์เซไป แล้วเดินตามไปด้วยกันและถูกจับพร้อมกันในขณะที่เดินไปด้วยกันดังนี้ เพียงพอที่จะชี้ได้ว่า การที่จำเลยที่ 2 ใช้กำลังกายกระแทกไหล่เจ้าทรัพย์ให้เซไปก็เพื่อหน่วงเหนี่ยวการติดตามของเจ้าทรัพย์ให้ช้ลงโดยประสงค์ให้เป็นความสดวกในการที่จำเลยที่ 1 จะพาทรัพย์ที่ลักไปจากเจ้าทรัพย์หนีไปให้พ้นและเพื่อให้จำเลยที่ 1 รอดพ้นอาญาสำหรับความผิดที่ได้กระทำลง และการใช้กำลังกายกระแทกไหล่ เป็นการใช้กำลังทำร้ายอย่างหนึ่ง จำเลยทั้งสองที่สมคบกันในการนี้ จึงต้องมีผิดฐานชิงทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.38 กฎหมายลักษณะอาญา ม.63 กฎหมายลักษณะอาญา ม.254 กฎหมายลักษณะอาญา ม.293 กฎหมายลักษณะอาญา ม.298 กฎหมายลักษณะอาญา ม.299 กฎหมายลักษณะอาญา ม.338

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันชิงทรัพย์และมีอาวุธพาไปในถนนหลวงโดยไม่รู้ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีผิดเพียงฐานลักทรัพย์ตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓ ข้อ ๑-๗ ๑๑ และผิดฐานมีอาวุธในถนนหลวงตาม พ.ร.บ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง ก.ม.ลักษณะอาญา ร.ศ.๑๒๙ มาตรา ๒ อีกกะทงหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยผิดฐานชิงทรัพย์ ข้อเท็จจริงคงได้ความว่า จำเลยที่ ๑ เป็นคนเดิมแซกเข้าไปลักปากกาจากกระเป๋าเสื้อนายกมลพาหนีไปนายกมลออกเดินตามจะจับ จำเลยที่ ๒ เดินเข้ามาชนกระแทกไหล่นายกมลเซไป แล้วเดินตามไปด้วยกันดังนี้ เพียงพอที่จะชี้ได้ว่า การที่จำเลยที่ ๒ ใช้กำลังกายกระแทกไหล่เจ้าทรัพย์ให้เซ ก็เพื่อหน่วงเหนี่ยวการติดตามของเจ้าทรัพย์ให้ช้าลง โดยประสงค์ให้เป็นความสดวกในการที่จำเลยที่ ๑ จะพาทรัพย์ที่ลักไปจากเจ้าทรัพย์หนีไปให้พ้น และเพื่อให้จำเลยที่ ๑ รอดพ้นอาญาสำหรับความผิดที่กระทำลง และการใช้กำลังกายกระแทกไหล่เป็นการใช้กำลังกายทำร้ายอย่างหนึ่ง จำเลยทั้ง ๒ ที่สมคบกันในการนี้ จึงต้องมีผิดฐานชิงทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ในก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๘ (๓) (๕) และการกระทำของจำเลยประกอบด้วยกระทำในเวลาค่ำคืนมีสาตราวุธและมีพวกจำเลยจึงต้องผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๙ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างเฉพาะกะทงความผิดฐานลักทรัพย์เป็นว่าจำเลยผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๙ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1469/2494 อัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายวินัย สดสี ที่ 1, นายเล็ก สุขวณิช ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายวินัย สดสี ที่ 1, นายเล็ก สุขวณิช ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - หลวงปรีชาดุลยกิจ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงมนูเทศน์+
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 852/2486ฎีกา 218/2494ฎีกา 1676/2498ฎีกา 1791/2497ฎีกา 1696/2493ฎีกา 307/2486ฎีกา 852/2490ฎีกา 433/2491ฎีกา 170/2493ฎีกา 1266/2500ฎีกา 661/2490ฎีกา 973/2466ฎีกา 563/2487ฎีกา 1008/2493ฎีกา 398/2493ฎีกา 515/2493ฎีกา 6/2471ฎีกา 744/2483ฎีกา 697/2489ฎีกา 709/2483ฎีกา 1901/2492ฎีกา 793/2493ฎีกา 185/2499ฎีกา 760-765/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา