คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 176/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตามมาตรา 290 วรรค 4 ต้องยื่นภายใน 3 เดือนนับแต่วันอายัตตามคำพิพากษาเท่านั้น
* ภรรยาที่ได้รับความยินยอมจากสามีให้ฟ้องเรียกหนี้และศาลพิพากษาแล้ว มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ แม้ทรัพย์จะถูกยึดและอายัตไปก่อนแล้ว โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามีอีกในชั้นขอเฉลี่ยทรัพย์
* "ลูกหนี้ตามคำพิพากษา" ในมาตรา 290 หมายถึงลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ถูกยึดทรัพย์เท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ในกรณีร้องขอเฉลี่ยทรัพย์มาตรา 290 วรรค 4 บัญญัติห้ามมิให้ยื่นคำขอช้ากว่า 3 เดือนนับแต่วันอายัต นั้น มีความหมายถึงการอายัตตามคำพิพากษาเท่านั้น หาใช่มุ่งหมายให้นับแต่วันอายัติก่อนมีคำพิพากษาไม่
ภรรยาได้รับความยินยอมจากสามีให้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกหนี้สิน จนศาลพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้แล้ว เมื่อจำเลยถูกเจ้าหนี้อื่นยึดและอายัตทรัพย์ไว้ก่อนแล้ว ภรรยาผู้เป็นโจทก์ก็มีสิทธิร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ โดยในชั้นขอเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยผู้นี้ ภรรยาไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามีซ้ำอีก
คำว่า " ลูกหนี้ตามคำพิพากษา " ในมาตรา 290 นั้นหมายความถึงลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ถูกยึดทรัพย์ ไม่หมายความว่ามีทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาคนอื่นๆอยู่อีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่องเดิมโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้กับดอกเบี้ยรวมกัน ๓๙๖๙๓ บาท ๓๗ สตางค์ กับดอกเบี้ยในต้นเงิน ๓๕๑๐๐ บาทจากวันฟ้อง
ก่อนมีคำพิพากษาโจทก์ยื่นคำร้องขอความคุ้มครองชั่วคราวขอให้มีคำสั่งอายัติเงินค่าจ้างเหมา ซึ่งจำเลยจะได้รับจากศึกษาธิการจังหวัดราชบุรี ในการก่อสร้างโรงเรียนเป็นเงิน ๔๕๐๐๐ บาท
ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งในวันที่ ๓ มีนาคม ๒๔๙๒ ให้อายัติเงินตามที่โจทก์ขอความคุ้มครอง และได้ออกหมายอายัตไปยังศึกษาธิการจังหวัดราชบุรีในวันนั้น
วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๔๙๒ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๔๙๒โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลย และขอให้ยึดเงิน ๑๖๘๘๘๐ บาท อันเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนเงินที่ศาลได้สั่งอายัติไว้ก่อนมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ศึกษาธิการส่งมอบเงินให้ วันเดียวกันศาลได้ออกหมายบังคับคดี ตั้งให้หัวหน้ากองหมายกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดี
ผู้ร้องทั้ง ๕ นี้ได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์โดยยื่นคำร้องคนละคราว ดังนี้ นายย่งเม้งยื่นเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๒
บริษัทยงฮง ยื่นเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๒
นายประจวบยื่นเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๔๙๒
นางจินดา ยื่นเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๒
ส่วนของนายปั๊กซ้วยฮั่น เมื่อวันที่ ๙ ธ.ค. ๒๔๙๒
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องแต่ละรายได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหลังจากวันที่โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีไม่เกิน ๓ เดือน จึงมีสิทธิขอเฉลี่ยได้ จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องทุกรายมีสิทธิเฉลี่ยได้ตามคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า กรณีนายปั๊กซ้วนยื่นคำร้องเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๔๙๒ เมื่อนับแต่วันเจ้าพนักงานยัดทรัพย์จำเลย คือเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๔๙๒ ก็เกิน ๓ เดือนแล้ว จึงพิพากษาแก้ให้ดยกคำร้องของนายปั๊กซ้วน นอกนั้นพิพากษายืน
ศาลชั้นต้น -
ศาลอุทธรณ์ -
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 176/2494
นางบุญจวบ จรุญพร โจทก์
น.ส.ชะเอม ไตรวิวัธน์ จำเลย
นายฮ่งเม้ง บริษัทย่งฮง จำกัด, นายประจวบ บุรานนท์, นางจินดา อิศรางกู
รและนายบั๊กช้วน แซ่ตัน ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางบุญจวบ จรุญพร · จำเลย - น.ส.ชะเอม ไตรวิวัธน์ · อิศรางกู - นายฮ่งเม้ง บริษัทย่งฮง จำกัด, นายประจวบ บุรานนท์, นางจินดา · ผู้ร้อง - รและนายบั๊กช้วน แซ่ตัน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา