คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 190/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คนร้ายลักทรัพย์ไปแล้วกลับมาลักทรัพย์นั้นอีกครั้ง ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตามกฎหมาย และหากการลักทรัพย์ครั้งหลังได้ใช้กำลังทำร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะทำร้ายด้วย ก็อาจเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ได้
ย่อคำพิพากษา
คนร้ายลักโคไปแล้วต่อมาตำรวจพบโคนั้นเข้าจึงนำไปฝากราษฎรไว้คนร้ายกลับมาลักโคนั้นไปจากราษฎรที่ตำรวจฝากอีกย่อมเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 290 และถ้าในการลักนี้ได้ใช้กำลังทำร้ายหรือขู่เข็ญจะทำร้ายก็ย่อมมีความผิดเข้าลักษณะชิงทรัพย์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.290 กฎหมายลักษณะอาญา ม.296 กฎหมายลักษณะอาญา ม.298
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยชิงทรัพย์ เมื่อสืบพยานโจทก์แล้ว ศาลสอบถามโจทก์ ๆ แถลงว่าจำเลยถูกฟ้องเรื่องลักทรัพย์รับของโจร ซึ่งเป็นตอนต้นของคดีชิงทรัพย์นี้ต่อจำเลยลักโคมา ๓ ตัว ฆ่ากินเสียตัวหนึ่ง ต่อมาตำรวจพบโค ๒ ตัวผูกอยู่ จึงนำไปฝากราษฎรไว้ จำเลยมาชิงโคเอาไปจากราษฎรนั้น คดีลักทรัพย์ในตอนต้น ศาลกำลังพิจารณาอยู่
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ถ้าปรากฎว่าในคดีแรกว่าจำเลยลักโคมาแล้ว จำเลยเป็นผู้ครอบครองโคตามกฎหมาย จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นกรณีตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๐ จึงให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีเช่นที่กล่าวนี้ เข้าอยู่ในก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๐ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 190/2494
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง โจทก์
นายปอง นิตย์จำรูญ ที่ 1,นายคล้าย คลิ้งขาวที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง · จำเลย - นายปอง นิตย์จำรูญ ที่ 1,นายคล้าย คลิ้งขาวที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลปากพนัง - นายศิลป ศิลปกรณ์พิศาล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสรอรรถอำนวย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา