⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 57/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คนต่างด้าวสามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้หากได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และหากไม่สามารถบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ได้ ก็มีสิทธิเรียกคืนเงินที่ได้ทดรองจ่ายไป.

ย่อคำพิพากษา

คนต่างด้าวเป็นโจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่พิพาทและขอให้จำเลยโอนที่พิพาทให้ ถ้าไม่สามารถโอนได้ก็ให้จำเลยคืนเงินที่โจทก์ได้ทดรองจ่ายไป ดังนี้ ศาลจะพิพากษายกฟ้องเสียทีเดียวโดยเห็นว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวไม่ปรากฎว่าได้รับอนุญาตให้ยึดถือที่พิพาทได้นั้นยังไม่ชอบเพราะ พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 นั้นหาใช่เป็นกฎหมายที่ห้ามคนต่างด้าวมิให้เป็นเจ้าของที่ดินเสียทีเดียวไม่เป็นแต่ว่าจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อนเท่านั้น ซึ่งถ้าโจทก์ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่ง ก.ม.นั้นแล้ว ก็ย่อมบังคับได้ หรือก็มีทางบังคับทางคืนเงินตามที่โจทก์ได้ขอมาด้วยท้ายฟ้องอีกวิธีหนึ่ง ฉะนั้นศาลชอบที่จะพิจารณาฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนจนสิ้นกระแสร์ความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าที่พิพาทหมาย ก.ข.ค.เป็นของโจทก์ ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง กับให้จำเลยโอนนาหมาย ค.ให้โจทก์ ถ้าไม่สามารถโอนเฉพาะที่สวนหมาย ก.ได้ ก็ให้จำเลยคืนเงิน ๒๐๐ บาท กับทองคำหนัก ๕ บาทซึ่งโจทก์ได้ทดรองไปในการไถ่ที่หมาย ก.รวมเป็นเงิน ๒๙๕๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวจะเป็นเจ้าของที่ดินได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่ตาม พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกดี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ.๒๔๘๖ เรื่องนี้ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รับอนุญาตให้ยึดถือที่พิพาทรายนี้ได้ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ก.ม ที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นมาอ้างนั้นหาใช่เป็นบทห้ามคนต่างด้าว มิให้เป็นเจ้าของที่ดินเสียทีเดียวไม่ เป็นแต่ว่าจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อนเท่านั้น ในคดีนี้ถ้าข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามฟ้องโจทก์และโจทก์ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งกฎหมายนั้นแล้ว ก็ย่อมบังคับได้ หรือมิฉะนั้นก็มีทางที่จะบังคับทางคืนเงินตามที่โจทก์ได้ขอมาท้ายฟ้องอีกวิธีหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยอาศัยเหตุดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาถึงข้อเท็จจริงแห่งคดีต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2494 นายอั้ง แซ่เอี้ยว โจทก์ นางสร้อย แสงน้ำตก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอั้ง แซ่เอี้ยว · ล. - นางสร้อย แสงน้ำตก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · มนูกิจวิมลอรรถ · สัญญา ธรรมศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - ม.จ.วุฒิภาคเกษมสันต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1111/2494ฎีกา 3245/2534ฎีกา 4590/2553ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 2569/2521ฎีกา 2013/2531ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532ฎีกา 2328-2329/2520ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2242/2531ฎีกา 3053/2527ฎีกา 3362/2537ฎีกา 999/2531ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 663/2488ฎีกา 1008/2510ฎีกา 2564/2546ฎีกา 981/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา