คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2495
ย่อคำพิพากษา
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของสามี ไม่มีสิทธิจะยึดทรัพย์สินอีนเป็นสินเดิมของภริยาถ้ากนี้ที่สามีก่อขึ้นนั้น มิใช่เป็นหนี้ร่วม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ เนื่องจากานายสอนช่วยแพ้คดีโจทก์ เรื่องหนี้เงินกู้ ๑๐๐๐ บาท โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับดคียึดที่นาและสวนอันมีราคา ๘๐๐ บาท อ้างว่าเป็นทรัพย์ของนายช่วยจำเลย นาบบุญสุดภรรยานายช่วยจำเลยคัดค้านว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นสินเดิมของผู้ร้อง ขอให้ถอนการยึด ฯลฯ
ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องขัดทรัพย์
นางบุญสุด ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าที่นาและสวนจากที่โจทก์ยึดเป็นสินเดิมของผู้ร้อง หนี้รายนี้มิใช่เป็นหนี้ร่วม ซึ่งผู้ร้องต้องรับผิดด้วย โจทก์ไม่มีสิทธิยึด พิพากษากลับให้ถอนการยึด
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า คำพยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่า หนี้ที่นายช่วยจำเลยได้ก่อขึ้นเป็นหนี้ร่วมอันผู้ร้องาจะรับผิดด้วย โจทก์จึงไม่มีสิทธิยึดสินเดิมของผู้ร้องมาใช้หนี้ ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยชอบแล้ว
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2495
นายมนู อิ่มกุล โจทก์
นายสอน ตึกกว้าง ที่ 1, นายช่วย ตึกกว้างที่ 2 จำเลย
นางบุญสุด ตึกกว้าง และนายเรือง พรหมแก้วผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมนู อิ่มกุล · จำเลย - นายสอน ตึกกว้าง ที่ 1, นายช่วย ตึกกว้างที่ 2 · พรหมแก้วผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางบุญสุด ตึกกว้าง และนายเรือง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยการณ์โกวิท · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปากพนัง - นายจำรัส อมรสุข · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประจักษ์ศุภอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา