คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3631/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ขอถอนการยึดทรัพย์ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ไม่ถือเป็นการสละสิทธิในการบังคับคดี เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิขอให้บังคับคดีต่อไปได้อีกภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ตราบเท่าที่ลูกหนี้ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา
ย่อคำพิพากษา
โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์แล้วขอถอนการยึดไปโดยอ้างในคำร้องว่า โจทก์ยังไม่คิดจะยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดต่อไป ขอถอนการยึดโดยยอมเสียค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดี ตราบเท่าที่จำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมขอให้บังคับคดีได้ต่อไปอีกภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังนั้นโจทก์จึงขอให้ยึดทรัพย์ของจำเลยที่เคยขอถอนการยึดไปแล้วนั้นได้อีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินกู้ยืมแก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดโดยอ้างว่าเป็นมรดกของนางทองคำตกเป็นของผู้ร้องตามพินัยกรรม โจทก์เคยขอยึดทรัพย์บางรายการมาแล้ว นางทองคำคัดค้าน โจทก์ขอถอนการยึด แล้วขอยึดใหม่เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต
โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดทั้งหมดเป็นของจำเลยกับนายสำเริงสามี นายสำเริงตาย จำเลยรับมรดกจากนายสำเริง หนี้คดีนี้เป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับสามี โจทก์มีสิทธินำยึด ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์สละสิทธิในการบังคับคดีสำหรับทรัพย์รายการที่ ๑ ถึง ๑๒ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๕ แล้วไม่มีสิทธิขอยึดซ้ำอีกคงมีสิทธิขอยึดทรัพย์รายการที่ ๑๓ รายการเดียว มีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์ตามบัญชีรายการที่ ๑ ถึง ๑๒ ส่วนทรัพย์รายการที่ ๑๓ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิขอให้บังคับคดีใหม่สำหรับรายการที่ ๑ ถึง ๑๒ ได้ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของผู้ร้องและโจทก์ แล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์อ้างในคำร้องลงวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๒๔ ว่า โจทก์ยังไม่คิดจะยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดต่อไป ขอถอนการยึดทรัพย์เสียโดยยอมเสียค่าธรรมเนียมตามกฎหมายเท่านั้น ไม่มีข้อความใดในอันที่จะแสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะบังคับคดีสำหรับทรัพย์สินดังกล่าวอีกต่อไป จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดี เมื่อตราบใดที่จำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาได้ต่อไปอีกภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ ดังนั้น แม้โจทก์จะขอให้บังคับคดีโดยขอยึดทรัพย์ของจำเลยตามรายการที่ ๑ ถึง ๑๒ มาแล้วและขอถอนการยึดไป โจทก์ก็มีสิทธิขอให้ยึดทรัพย์นั้นอีกได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3631/2526
นางทองหล่อ มีศิริ โจทก์
นางเรียนหรือทุเรียน เทียมสอน ผู้ร้อง
นางสนาน เทียมสอน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทองหล่อ มีศิริ · ผู้ร้อง - นางเรียนหรือทุเรียน เทียมสอน · จำเลย - นางสนาน เทียมสอน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม บรรลือสินธุ์ · พจน์ บุญเลี้ยง · ยนต์ พิรวินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายเชาวน์ จันทนชูกลิ่น · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต นราลัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา