⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1094/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาขายฝากที่ดินที่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากต่อมามีการตกลงขายที่ดินแปลงนั้นแก่ผู้รับซื้อฝากโดยทำสัญญากันเอง สัญญานั้นไม่เกิดผลเป็นสัญญาซื้อขายที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ขายฝากจึงยังมีสิทธิไถ่ถอนการขายฝากได้ภายในกำหนดเวลา 2. เมื่อคู่ความอ้างเอกสารในสำนวนของศาลเป็นพยาน ศาลชอบที่จะเรียกให้ผู้อ้างชำระค่าธรรมเนียมการอ้างเอกสารนั้นเสียก่อนที่จะพิพากษาคดี หากผู้อ้างขัดขืนไม่ชำระ ศาลไม่รับฟังเอกสารนั้นเป็นพยาน 3. ในคดีที่มีผู้ร้องสอดเข้ามา แม้โจทก์ไม่อุทธรณ์เฉพาะผู้ร้องสอด แต่หากคำพิพากษาศาลชั้นต้นบังคับถึงสิทธิของผู้ร้องสอดด้วย คำพิพากษานั้นยังไม่ถึงที่สุด

ย่อคำพิพากษา

ทำสัญญาขายฝากที่ดินกันโดยทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมาได้ตกลงกันขายที่ดินแปลงนั้นแก่ผู้รับซื้อฝาก โดยทำสัญญากันเองดังนี้สัญญาขายขาดฉะบับหลังนี้ไม่เกิดผลเป็นสัญญาซื้อขายที่ชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้น ผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่ถอนการขายฝากรายนี้ ได้ภายในกำหนดเวลาไถ่ถอนตามสัญญาขายฝากอยู่ และผู้ที่รับโอนสิทธิจากผู้ขายฝาก ก็ย่อมมีสิทธิไถ่ถอนการขายฝากรายนี้ได้เช่นเดียวกัน คู่ความอ้างเอกสารในสำนวนของศาลเป็นพยาน ไม่ต้องเรียกเอกสารมาจากที่อื่น เมื่อปรากฎว่าผู้อ้างยังไม่ได้เสียค่าอ้าง ศาลก็ชอบที่จะเรียกให้ผู้อ้างชำระค่าธรรมเนียมการอ้างเอกสารนั้นเสียก่อนที่จะพิพากษาคดี ต่อผู้อ้างขัดขืนไม่ชำระตามคำสั่ง ศาลจึงควรไม่รับฟังเป็นพยาน ในคดีที่มีผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่ 3 สู้คดีกับโจทก์จำเลยนั้น แม้ในศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้ผู้ร้องสอดโจทก์แพ้คดีจำเลย โจทก์ไม่อุทธรณ์คงอุทธรณ์เฉพาะผู้ร้องสอดเท่านั้น ก็ตาม ก็ต้องถือว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่บังคับเฉพาะที่เกี่ยวถึงสิทธิของผู้ร้องสอดด้วย ยังหายุติไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.149 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.151 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.497

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ได้ขายฝากที่ดินของโจทก์ไว้แก่จำเลย กำหนดไถ่ถอนภายใน ๑ ปี โจทก์ขอไถ่จากจำเลย เพื่อจะโอนให้แก่ผู้ซื้อ จำเลยบิดพริ้ว จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้คดี และฟ้องแย้งว่า โจทก์ขายฝากที่ดินพิพาทแก่จำเลยจริง แต่ต่อมาภายหลังได้ทำสัญญาขายขาดแก่จำเลยแล้ว โดยเพิ่มเงินอีกที่ โจทก์ทำสัยญาขายที่พิพาทแก่พี่สาวโจทก์นั้น เป็ฯการสมยอมกันจึงขอให้ศาลบังคับโจทก์โอนที่ พิพาทแก่จำเลย หรือใช้เบี้ยปรับ ผู้ร้องสอด ร้องเข้ามาว่า โจทก์ทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง จึงขอให้ศาลบังคับโจทก์ตามสัญญา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าการที่โจทก์ทำสัญญาขายขาดที่พิพาทแก่จำเลยในภายหลังนั้น เท่ากับเป็นการสละสิทธิการไถ่ถอนตามสัญญาขายฝากเดิมแล้ว จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ และยกคำร้องผู้ซึ่งเป็นโจทก์ร่วม ให้โจทก์โอนที่พิพาทให้จำเลย ผู้ร้องสอดฝ่ายเดียว อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ร้องสอดมีสิทธิดีกว่าจำเลย จึงพิพากษาแก้ให้ระงับการบังคับให้โจทก์โอนที่พิพาทให้จำเลย จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่า ในเรื่องเอกสารที่ผู้ร้องสอดอ้าง อันศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ยังไม่ได้เสียค่าอ้าง ไม่รับฟังนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารที่กล่าวนี้อยู่ในสำนวนควาามของศาลชั้นต้นแล้ว ไม่ต้องเรียกมาจากที่อื่น เมื่อปรากฎว่าผู้อ้างยังไม่ได้เสียค่าอ้าง ศาลก็ชอบที่จะเรียกให้ผู้อ้างชำระค่าธรรมเนียมการอ้างเอกสารนั้นเสียก่อนที่จะพิพากษาคดี ต่อผู้อ้างขัดขืนไม่ชำระตามคำสั้ง จึงไม่ควรรับฟังเป็นพยาน และในคดีดนี้ต่อมาได้มีการชำระ ซึ่งศาลได้รับไว้แล้ว เช่นนี้ ศาลจึงรับฟังเอกสารนั้นเป็นพยานได้ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า คดีนี้โจทก์มิได้อุทธรณ์ แต่เฉพาะผู้ร้องสอด คดีเฉพาะตัวโจทก์ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้โอนที่ดินแก่จำเลยจึงเป็นอันยุตินั้น ข้อนี้เมื่อปรากฎว่า ผู้ร้องสอดผู้มีส่วนได้เสียในการนี้ยังอุทธรณ์คดีอยู่ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่บังคับเฉพาะที่เกี่ยวถึงสิทธิของผู้ร้องสอดด้วย ดังกล่าวแล้ว จึงหาได้ยุติไม่ สัญญาขายฝากระหว่างโจทก์จำเลยนั้นได้ทำและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนการที่โจทก์ตกลงขายที่นี้แก่จำเลยในตอนหลังนี้ เพียงแต่เป็นการทำสัญญากันเอง ให้เกิดผลเป็นสัญญาซื้อขายที่ชอบด้วยกฎหมาย จะมีผลอย่างมากก็เพียงเป็นสัญญาจะซื้อขายเท่านั้น เมื่อสิทธิการไถ่ถอนการขายฝากยังคงมีอยู่ การที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมให้ผู้ร้องสอดใช้สิทธิการไถ่ถอนที่ดินรายนี้จากจำเลย และยอมโอนกรรมสิทธิที่ดินให้ผู้ร้อง จึงไม่เป็นการขัดต่อกฎหมาย หากวินิจฉัยถึงสิทธิตามที่จำเลยรับซื้อฝากไว้ ผู้ร้องสอดผู้รับโอนสิทธิจากโจทก์ก็มีสิทธิไถ่ถอนการขายฝากที่ดินจากจำเลย และถ้าจะวินิจฉัยระหว่างผู้ร้องสอดกับจำเลย ถึงการที่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ในเรื่องที่โจทก์จะขายที่พิพาทให้ สิทธิของ ของผู้ร้องซึ่งเป็นคู่สัยญษมาก่อนก็ย่อมมาก่อน ผู้ร้องสอดจึงมีสิทธิที่จะบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญาได้ก่อนจำเลย ทั้งระหว่างผู้ร้องสอดกับโจทก์ก็ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และมีคำพิพากษาของศาลให้บังคับคดีตามนั้นอยู่แล้ว ผู้ร้องสอดจึงมีสิทธิจะขอให้ศาลบังคับคดีไปตามนั้นได้ก่อนจำเลยจะขอให้บังคับโจทก์โอนกรรมสิทธิที่พิพาทแก่จำเลย ฯลฯ จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยรับไถ่ถอนการขายฝากที่พิพาทจากผู้ร้องสอด ฯลฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2495 ร.ต.ต.เกียรติ รัตรสาร ผู้รับมอบอำนาจจาก นายศิริ รัตรสาร โจทก์ นางธวด หรือ เผ็กธวด รัตรสาร ผู้ร้องสอด เข้าเป็น จ.ร่วม นายแดง กาญจนบูลย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร.ต.ต.เกียรติ รัตรสาร ผู้รับมอบอำนาจจาก นายศิริ รัตรสาร · จ.ร่วม - นางธวด หรือ เผ็กธวด รัตรสาร ผู้ร้องสอด เข้าเป็น · จำเลย - นายแดง กาญจนบูลย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายวีระ มณีดิษฐ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1698/2515ฎีกา 1216/2538ฎีกา 975/2543ฎีกา 891/2538ฎีกา 693/2487ฎีกา 7390-7391/2553ฎีกา 3405/2537ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3375/2532ฎีกา 795/2543ฎีกา 280/2530ฎีกา 1721/2528ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1561/2520ฎีกา 2057/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา