⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1320/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องที่ซื้อทรัพย์สินจากจำเลยแล้ว แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ย่อมไม่มีสิทธิร้องขอให้ถอนการยึดทรัพย์สินนั้นได้ หากทรัพย์สินนั้นถูกเจ้าหนี้ของจำเลยนำมายึดเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำยึดนามีโฉนดของจำเลย ขอให้ศาลประกาศขายทอดตลาด เพื่อชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาท้ายยอม ปรากฎว่านารายนี้จำเลยได้ทำสัญญาขายให้ผู้ร้องไปครอบครองปีกว่าแล้ว แต่ยังติดขัดโอนโฉนดกันยังไม่ได้ เมื่อเกิดมีคดีระหว่างโจทก์จำเลยขึ้น ผู้ร้องจึงยื่นฟ้องจำเลยบ้างขอให้นาพิพาทแก่ผู้ร้อง และเมื่อนาพิพาทถูกโจทก์ยึดดังกล่าว ผู้ร้องจึงร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญายอมความระหว่างโจทก์จำเลยตามคำพิพากษาท้ายยอม และให้ถอนการยึด ดังนี้ วินิจฉัยว่า ผู้ร้องยังไม่มีสิทธิจะมาร้องขอให้ถอนการยึดได้ และการขอให้จำเลยทำลายสัญญายอมความและคำพิพากษาท้ายยอม ก็ต้องทำเป็นฟ้องไม่ใช่ทำเป็นคำร้อง แม้ในคดีที่ผู้ร้องฟ้องจำเลยให้โอนนาพิพาทให้แก่ผู้ร้องศาลจะได้พิพากษาในภายหลังให้จำเลยโอนนาพิพาทให้ผู้ร้องตามสัญญาซื้อขายก็ดี ก็เป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะต้องดำเนินการบังคับคดีนั้นต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลกรณีขั้นนี้เกิดจากจำเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามสัญญายอมความ โจทก์นำยึดที่นาโฉนดเลขที่ ๒๔๔๕ ของจำเลย ขอให้ศาลประกาศขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้นายบุญโจทก์ในคดีแพ่งดำที่ ๒๑๑/๒๔๙๒ ของศาลเดียวกันยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญายอมความและคำพิพาทท้ายยอมในคดีนี้เสียโดยอ้างว่า จำเลยกับสามีทำสัญญาจะขายที่รายนี้กับนาโฉนดที่ ๒๔๓๓ ให้ผู้ร้องและมอบการครอบครองให้มา ๒ ปีแล้ว แต่ยังขัดข้องโอนโฉนดไม่ได้ จำเลยคิดกลับใจสมคบกับโจทก์ฟ้องร้องยอมความกันเพื่อที่จะยึดนารายนี้ ซึ่งผู้ร้องมีสิทธิขอจดทะเบียนกรรมสิทธิได้อยู่ก่อนแล้ว โจทก์คัดค้านว่า หากผู้ร้องมีสัญญาจะซื้อขายจิรง ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิอะไรในกฎหมายที่จะร้องสอดควรฟ้องร้องเป็นคดีขึ้นมา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เชื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องสอด จึงสั่งให้ถอนการยึดที่ดินรายพิพาท ส่วนสำนวนคดีดำที่ ๒๑๑/๒๔๙๒ พิพากษาให้นางมุกจำเลยโอนขายที่ดินโฉนด ๒๔๓๓ และที่พิพาทให้นายบูญโจทก์ ซึ่งเป็นผู้ร้องสอดในคดีนี้ โจทก์ในคดีนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ร้องต้องฟ้องขอให้ทำลายคำพิพากษา จะมาร้องขัดทรัพย์ไม่ได้ จึงให้ยกคำร้องของนายบุญผู้ร้องสอดเสีย ส่วนคดีดำที่ ๒๑๑/๒๔๙๒ คงพิพากษายืน นายบุญผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะที่ผู้ร้องสอดมายื่นคำร้องในเรื่องนี้นั้น ผู้ร้องสอดเป็นแต่เพียงคดีแพ่งดำที่ ๒๑๑/๒๔๙๒ ไว้ ยังไม่มีสิทธิที่จะมาร้องขอให้ถอนการยึดได้ ยิ่งการขอให้ทำลายยอมความและคำพิพากษาท้ายยอม ก็ต้องทำเป็นคำฟ้อง ไม่ใช่ทำเป็นคำร้อง +++วินิจฉัยมา ส่วนที่ผู้ร้องสอดได้สิทธิตามคำพิพากษาคดีดำที่ ๒๑๑/๒๔๙๒ ก็เป็น++++การบังคับคดีนั้นต่อไป จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2495 นางสิงห์ สุวรรณศร โจทก์ นางมุก สะมะที จำเลย นายบุญ คาแพง ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสิงห์ สุวรรณศร · จำเลย - นางมุก สะมะที · ผู้ร้องสอด - นายบุญ คาแพง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · นนทปัญญา · นิติธรรมประกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลสระบุรี - หลวงสรนิตยา++ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6752/2547ฎีกา 1924/2494ฎีกา 2415-2426/2527ฎีกา 925/2487ฎีกา 1190/2518ฎีกา 794/2505ฎีกา 1114/2540ฎีกา 5682/2534ฎีกา 1279/2526ฎีกา 2759/2531ฎีกา 3353/2549ฎีกา 993/2505ฎีกา 1090/2515ฎีกา 3839/2537ฎีกา 2115/2530ฎีกา 431/2502ฎีกา 2922/2522ฎีกา 676/2546ฎีกา 6757/2540ฎีกา 1350/2494ฎีกา 514/2503ฎีกา 235/2524ฎีกา 349/2527ฎีกา 3055/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา