⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1525/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1525/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อที่ดินที่ถูกเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และมิใช่ความผิดของเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิได้รับคืนที่ดินนั้น * หากที่ดินที่ถูกเวนคืนยังไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ หรือถูกใช้เพียงบางส่วน เจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิได้รับคืนที่ดินส่วนที่เหลือ * การฟ้องคดีต่อ "นิติบุคคล" เพียงระบุชื่อนิติบุคคลเป็นจำเลย โดยไม่ต้องระบุชื่อผู้แทนนิติบุคคล ก็ถือว่าเป็นการฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินที่ถูกเวนคืนตาม พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ นั้นเมื่อไม่มีการตกลงเรื่องค่าทำขวัญภายใน 5 ปี โดยมิใช่ความผิดของเจ้าของที่ดิน และทางฝ่ายรัฐบาลก็ยังไม่ได้เคยใช้ หรือกำลังใช้ที่ดินนั้นตามความประสงค์ในการเวนคืนนั้นแล้ว เจ้าของที่ดินนั้นย่อยมีสิทธิได้รับคืนที่ดินนั้น ที่ดินถูกเวนคืนตาม พ.ร.บ.เวนคืนอหังหาริมทรัพย์ ฯลฯ หลายเจ้าของด้วยกัน ถ้าที่ดินของใครมิได้ถูกใช้หรือถูกใช้แต่บางส่วน ก็ยังของคืนส่วนที่เหลือได้ การฟ้องนิติบุคคลเป็นจำเลยนั้นโจทก์เพียงแต่ระบุชื่อนิติบุคคลเป็นจำเลย ไม่ระบุชื่อบุคคลผู้แทนนิติบุคคลมาด้วย ก็ย่อมใช้ได้ เพราะนิติบุคคลย่อมมีผู้ดำเนินการอยู่ในตัวตามกฏหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.68 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทของโจทก์ถูกเวนคืนตาม พ.ร.บ เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ โจทก์ยังไม่ได้รับค่าทำขวัญจากจำเลย ซึ่งเป็นหน้าที่ผู้รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ บัดนี้ล่วงเลยมาเกิน ๕ ปี แล้ว ที่ดินของโจทก์มิได้เคยใช้ประโยชน์ในทางราชการทหาร อันเป็นความประสงค์-ในการเวนคืน โจทก์มีสิทธิได้คืนตามกฏหมาย จึงฟ้องขอให้จำเลยจัดการคืนที่ดินรายนี้ให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยยังไม่ได้เข้าครอบครองที่พิพาท เพราะยังไม่ตกลงกันเรื่องค่าทำขวัญ ฯลฯ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาต้องคืนให้จำเลยคืนที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ได้ความว่าฝ่ายโจทก์กับเจ้าของทีแปลงอื่นไม่รับตกลงค่าทำขวัญ ได้ตั้งอนุญาโตตุลาการขึ้นนายหนึ่ง ฝ่ายจำเลยตั้งนายหนึ่ง อนุญาโตตุลาการปรึกษาไม่ตกลงกันอนุญาโตตุลาการฝ่ายโจทก์จึงได้ถอนตัว ฝ่ายเจ้าของที่ดินตั้งอยู่ผู้อื่นเป็นแทน แต่ในที่สุดโจทก์ฟ้องคดีนี้อนุญาโตตุลาการก็ยังมิได้พิจารณาถึงที่ดินของโจทก์ศาลฎีการเห็นว่าเมื่อไม่มีการตกลงกัน เรื่องค่าทำชวัญกันภายใน ๕ ปี โดยมิใช่ความผิดของโจทก์แล้วโจทก์ก็ชอบที่จะได้รับเวนคืนที่ดินของตนตามความในมาตรา ๓๒ อนึ่งความในมาตรา ๓๒ ที่ว่า "ปรากฏว่าทรัพย์สินนั้นทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งมิได้เคยใช้ หรือกำลังใช้ในการสาธารณูปโภค อันเป็นการประสงค์ในการเวรคืนนั้นไซร์ ฯลฯ เจ้าของเดิมมีสิทธิเรียกทรัพย์นั้นคืนได้" นั้นย่อยหมายความว่า ถ้าที่ดินของโจทก์มิได้ถูกใช้เลยทั้งแปลง โจทก์ย่อมขอคืนได้ ส่วนที่ฎีการจำเลยที่ว่า ฟ้องโจทก์ไม่ระบุชื่อบุคคล ไม่เป็นฟ้องอันถูกต้องนั้น ก็เห็นไว่านิติบุคคลย่อมต้องมีผู้ดำเนินการอยู่ในตัวตามกฏหมาย ไม่ทำให้เข้าใจผิด หรือฝ่ายใดเสียหาย เสียเปรียบอย่างใด ซึ่งจะเป็นเหตุให้ถือว่า เป็นฟ้อง ที่ไม่สมบูรณ์ได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1525/2495 นางเนื่อง จำนงบูรณแพทย์ โจทก์ กระทรวงกลาโหม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเนื่อง จำนงบูรณแพทย์ · จำเลย - กระทรวงกลาโหม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา · นิติธรรมประกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงพิชัยบัณฑิต · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลย์ไอศวรรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6105/2531ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา